<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริการรับซ่อม notebook ซ่อมจอ notebook ทุกอาการเสีย</title>
	<atom:link href="http://www.tmsnotebook.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tmsnotebook.com</link>
	<description>รับซ่อม notebook ทุกรุ่น ซ่อมโน๊ตบุ๊คทุกอาการเสีย ซ่อมจอ notebook ทุกรุ่น ซ่อมเมนบอร์ด ซ่อม notebook ทุกยี่ห้อ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Mar 2010 07:55:38 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ปี 2011 เอปสันเจ้าตลาดอิงค์เจ็ท</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/181</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/181#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 07:55:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[เอปสันโต 5% สวนกระแสตลาดไอทีที่ติดลบ 10% ขณะที่ปีนี้คาดโต 15% จากตลาดรวมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 8-10% ผู้บริหารเผยปีนี้ตลาดองค์กรดาวรุ่ง หลายยี่ห้อเริ่มจับจ้อง เหตุอั้นกำลังซื้อตั้งแต่ปีที่ผ่านมา นับจากนี้เอปสันรุกครั้งใหญ่ขอเวลา 2 ปีเบอร์ 1 ในตลาดอิงค์เจ็ท
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน(ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดไอทีติดลบประมาณ 10% ซึ่งรวมถึงตลาดรวมพริ้นเตอร์ด้วย แต่ในส่วนของเอปสันยังมีการเติบโตประมาณ 5% หรือมีรายได้ประมาณ 2,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ (ทั้งนี้ปีงบประมาณเอปสันเริ่มเม.ย.-มี.ค.ในแต่ละปี)
ปัจจัย ที่ทำให้เอปสันเติบโตได้ทั้งที่ตลาดติดลบเป็นเพราะ 1เอปสันมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง 2.ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการทำตลาดและ 3.ให้ความสำคัญกับการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

“เรา ได้รับคำยกย่องจากไอทีซิตี้ว่าพริ้นเตอร์และโปรเจกเตอร์ของเอปสันที่วางขาย ในไอทีซิตี้เอปสันสามารถให้บริการซ่อมให้ลูกค้าและส่งกลับมาที่ไอทีซิตี้ได้ ภายใน 5วัน ซึ่งไม่มียี่ห้อไหนทำได้เร็วขนาดนี้”

เฉพาะอิงค์เจ็ทพริ้นเตอร์เอปสันมีการเติบโตถึง 40% ทั้งจำนวนและมูลค่า ขณะที่ภาพรวมตลาดเริ่มเปลี่ยนจากเครื่องพริ้นเตอร์แบบซิงเกิลเป็นมัลติ ฟังก์ชันมากยิ่งขึ้นโดยปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาด 40 /60 (ซิงเกิล/มัลติ)
นายยรรยงกล่าวว่า จีเอฟเค รายงาน ว่า สินค้าของเอปสันขายดีเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาคและทุกรายสินค้า โดยเฉพาะซิงเกิลฟังก์ชันเอปสันมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 34% ในแง่จำนวน นับเป็นอันดับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอปสันโต 5% สวนกระแสตลาดไอทีที่ติดลบ 10% ขณะที่ปีนี้คาดโต 15% จากตลาดรวมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 8-10% ผู้บริหารเผยปีนี้ตลาดองค์กรดาวรุ่ง หลายยี่ห้อเริ่มจับจ้อง เหตุอั้นกำลังซื้อตั้งแต่ปีที่ผ่านมา นับจากนี้เอปสันรุกครั้งใหญ่ขอเวลา 2 ปีเบอร์ 1 ในตลาดอิงค์เจ็ท</strong></p>
<p>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน(ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดไอทีติดลบประมาณ 10% ซึ่งรวมถึงตลาดรวมพริ้นเตอร์ด้วย แต่ในส่วนของเอปสันยังมีการเติบโตประมาณ 5% หรือมีรายได้ประมาณ 2,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ (ทั้งนี้ปีงบประมาณเอปสันเริ่มเม.ย.-มี.ค.ในแต่ละปี)</p>
<p><span style="color: #3300ff;">ปัจจัย ที่ทำให้เอปสันเติบโตได้ทั้งที่ตลาดติดลบเป็นเพราะ 1เอปสันมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง 2.ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการทำตลาดและ 3.ให้ความสำคัญกับการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า<br />
</span><br />
<strong>“เรา ได้รับคำยกย่องจากไอทีซิตี้ว่าพริ้นเตอร์และโปรเจกเตอร์ของเอปสันที่วางขาย ในไอทีซิตี้เอปสันสามารถให้บริการซ่อมให้ลูกค้าและส่งกลับมาที่ไอทีซิตี้ได้ ภายใน 5วัน ซึ่งไม่มียี่ห้อไหนทำได้เร็วขนาดนี้”<br />
</strong><br />
<span style="color: #3300ff;">เฉพาะอิงค์เจ็ทพริ้นเตอร์เอปสันมีการเติบโตถึง 40% ทั้งจำนวนและมูลค่า</span> ขณะที่ภาพรวมตลาดเริ่มเปลี่ยนจากเครื่องพริ้นเตอร์แบบซิงเกิลเป็นมัลติ ฟังก์ชันมากยิ่งขึ้นโดยปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาด 40 /60 (ซิงเกิล/มัลติ)</p>
<p>นายยรรยงกล่าวว่า จีเอฟเค รายงาน ว่า สินค้าของเอปสันขายดีเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาคและทุกรายสินค้า โดยเฉพาะซิงเกิลฟังก์ชันเอปสันมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 34% ในแง่จำนวน นับเป็นอันดับ 2 ในตลาด แต่เป็นอันดับ 1 ในตลาดเมื่อมองในแง่มูลค่า ส่วนมัลติฟังก์ชันเอปสันมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 21-22% เป็นอันดับ 2 ในตลาดทั้งจำนวนเครื่องและมูลค่า</p>
<p><strong><span style="font-size: small;">****ตลาดองค์กรเป้าหมายหลักปี 2010</span></strong></p>
<p><span style="color: #3300ff;">เอปสันตั้งเป้าจะเป็นที่ 1 ในตลาดอิงค์เจ็ทให้ได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</span> โดยในปี 2010 เอปสันตั้งเป้าเติบโตประมาณ 15% จากตลาดรวมพริ้นเตอร์ที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 8-10%โดย กลยุทธ์ในปี 2010 ของเอปสันคือจะเปิดตัวโปรดักต์ใหม่อีกนับสิบรุ่น โดยเพิ่มทั้งในแง่ฟังก์ชันและความเร็วให้สูงขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยตลาดหลักที่จะให้ความสำคัญอย่างมากในปีนี้คือ ตลาดคอร์ปอเรตหรือตลาดองค์กร ซึ่งปัจจุบันเอปสันมีส่วนแบ่งในตลาดองค์กรประมาณ 60% โดยเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 80%</p>
<p>&#8216;ตลาดองค์กรธุรกิจอั้นกำลังซื้อตั้งแต่ปีที่แล้ว มาในปีนี้คาดว่ากำลังซื้อจะเพิ่มมาก หลายยี่ห้อเริ่มหันมาหนุนอิงค์เจ็ทลงตลาดองค์กรแทนเลเซอร์พริ้นเตอร์ โดยชี้ให้เห็นต้นทุนต่อแผ่นของเลเซอร์พริ้นเตอร์จะแพงกว่าอิงค์เจ็ท&#8217;</p>
<p>ในปีนี้จะเห็นหลายยี่ห้อเริ่มหันมาทำตลาดองค์กรมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดองค์กรเป็นการซื้อต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมึกพิมพ์ ตลาดตอนนี้จึงแข่งขันกันออกแคมเปญใหม่ๆมา โดยระดับราคาตัวเครื่องยังไม่ลดลงเท่าไร แต่หมึกพิมพ์เริ่มราคาลดลง</p>
<p><strong>ที่ ผ่านมาหลายยี่ห้อใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าเอาเครื่องไปใช้ฟรี แต่บังคับให้ซื้อหมึกแต่ละเดือนเป็นมูลค่าที่กำหนดไว้ ในส่วนเอปสันไม่มีแคมเปญนี้ แต่จะเป็นการให้ลูกค้าผ่อนค่าเครื่องได้ในแต่ละเดือน พร้อมทั้งไม่ได้บังคับว่าต้องซื้อหมึกพิมพ์เอปสันเป็นมูลค่าเท่าไรในแต่ละ เดือน</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/181/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>IBM ปล่อย&#8221;เอ็กซ์ไฟว์&#8221;รับเศรษฐกิจขยายตัว</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/179</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/179#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 07:54:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA["เอ็กซ์ไฟว์ (eX5)"]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=179</guid>
		<description><![CDATA[ไอบีเอ็มเปิดตัว &#8220;เอ็กซ์ไฟว์ (eX5)&#8221; ผลิตภัณฑ์ใหม่บนเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์บนสถาปัตยกรรมเอ็กซ์ 86 หวังปฏิวัติรูปแบบใหม่แห่งการประมวลผล ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมความเสถียรและประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ตอกย้ำความเป็นผู้นำของไอบีเอ็มในด้านนวัตกรรมและส่วนแบ่งกลุ่มตลาด เซิร์ฟเวอร์ เอ็กซ์ 86
นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวขึ้นดีกว่า ปีที่แล้ว ทำให้เรามองว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยยังต้องการเครื่องมือที่จะช่วยขับ เคลื่อนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ จึงมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกมารับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ
&#8221; เอ็กซ์ไฟว์ ถือว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่พัฒนาดีกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสมรรถนะ การบริหารจัดการข้อมูล และความสามารถในการผนวกรวมเซิร์ฟเวอร์ รองรับเทคโนโลยีเสมือนได้มากกว่าเดิมถึง 82% สามารถให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ที่มากกว่าเดิมถึง 99% ในกรณีที่มีการนำโซลิด สเตทมาใช้แทนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถทำความเร็วได้450,000 ชุดคำสั่งต่อวินาทีเทียบเท่ากับฮาร์ดดิสก์ 800 ลูก และฟังก์ชันใหม่ๆอีกมากมาย&#8221;

ไอ บีเอ็มเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เทคโนโลยี เอ็กซ์ไฟว์ ทั้งหมด 3 รุ่นคือ &#8216;ไอบีเอ็ม ซิสเต็ม เอ็กซ์3850 เอ็กซ์5&#8242; ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์แบบ rack ขนาด 4u [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไอบีเอ็มเปิดตัว &#8220;เอ็กซ์ไฟว์ (eX5)&#8221; ผลิตภัณฑ์ใหม่บนเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์บนสถาปัตยกรรมเอ็กซ์ 86 หวังปฏิวัติรูปแบบใหม่แห่งการประมวลผล ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมความเสถียรและประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ตอกย้ำความเป็นผู้นำของไอบีเอ็มในด้านนวัตกรรมและส่วนแบ่งกลุ่มตลาด เซิร์ฟเวอร์ เอ็กซ์ 86</strong></p>
<p>นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวขึ้นดีกว่า ปีที่แล้ว ทำให้เรามองว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยยังต้องการเครื่องมือที่จะช่วยขับ เคลื่อนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ จึงมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกมารับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #ff3300;">&#8221; เอ็กซ์ไฟว์ ถือว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่พัฒนาดีกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสมรรถนะ การบริหารจัดการข้อมูล และความสามารถในการผนวกรวมเซิร์ฟเวอร์ รองรับเทคโนโลยีเสมือนได้มากกว่าเดิมถึง 82% สามารถให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ที่มากกว่าเดิมถึง 99% ในกรณีที่มีการนำโซลิด สเตทมาใช้แทนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถทำความเร็วได้450,000 ชุดคำสั่งต่อวินาทีเทียบเท่ากับฮาร์ดดิสก์ 800 ลูก และฟังก์ชันใหม่ๆอีกมากมาย&#8221;</span><br />
</span><br />
<span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff3300;">ไอ บีเอ็มเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เทคโนโลยี เอ็กซ์ไฟว์ ทั้งหมด 3 รุ่นคือ &#8216;ไอบีเอ็ม ซิสเต็ม เอ็กซ์3850 เอ็กซ์5&#8242; ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์แบบ rack ขนาด 4u ที่มีหน่วยประมวลผลกลางสูงสุด 4 หน่วย แต่ละหน่วยสามารถใส่ได้สูงสุด 8 คอร์ สามารถเพิ่มสมรรถนะด้วยอุปกรณ์เสริมหน่วยความจำแมกซ์5 เพื่อรองรับการประมวลผลในระดับที่สูงมากขึ้นได้</span><br />
</span><br />
ถัดมาเป็น &#8216;ไอบีเอ็ม เบลดเซ็นเตอร์ เอชเอ็กซ์5&#8242; ที่สามารถขยายหน่วยประมวลผลจาก 2 หน่วยไปได้ถึง 4 หน่วย เพื่อตอบสนองเวิร์กโหลดในการทำงาน สุดท้ายคือ &#8216;ไอบีเอ็ม เบลดเซ็นเตอร์ เอ็กซ์3690 เอ็กซ์5&#8242; เป็นเซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบ rack ขนาด 2u มีหน่วยประมวลผลกลางสูงสุด 2 หน่วย หน่วยละ 8 คอร์เช่นเดียวกัน ทำให้สามารถรองรับการขยายตัวของเวิร์กโหลดได้ถึง 2 เท่าตัว</p>
<p><span style="color: #ff3300;">&#8221; สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของราคาที่ปัจจุบันเซิร์ฟเวอร์สำหรับกลุ่มตลาดเอส เอ็มอีอย่าง เอ็กซ์3690 ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 200,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยก่อนต้องจ่ายแพงกว่านี้ถึง 2 เท่า </span>ขณะที่ราคา ของ เบลดเซ็นเตอร์ เริ่มต้นที่ประมาณ 150,000 บาท ส่วน เอ็กซ์3850 เริ่มต้นที่ 350,000 บาท ทำให้เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเข้ามาตอบรับกับภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจ ภายในบ้านเราอย่างแน่นอน&#8221;</p>
<p><strong>จากรายงานล่า สุดของไอดีซี ไอบีเอ็มครองอันดับหนึ่งส่วนแบ่งตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกทั้งในไตรมาส 4 ของปี 2552 ด้วยสัดส่วน 35.4% หรือของทั้งปี 2552 ด้วยส่วนแบ่ง 32.9% และเพื่อตอบรับการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ไอบีเอ็มได้มีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ เซิร์ฟเวอร์ เอ็กซ์ไฟว์ทุกรุ่น ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2553 นี้ รับสิทธิการรับประกัน 3 ปี แบบออนไซด์เซอร์วิส 24 ชั่วโมง 7 วัน ภายใน 4 ชั่วโมง รวมถึงสิทธิการอบรมวิธีติดตั้งและใช้งาน ซอฟต์แวร์ ไอบีเอ็ม ซิสเต็มส์ ไดเร็กเตอร์ ซอฟต์แวร์ช่วยบริหารจัดการระบบ</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/179/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;Bloom Box&#8221; เครื่องปั่นไฟขั้นเทพที่อีเบย์-กูเกิลเลือก!</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/177</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/177#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 20:00:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Bloom Box]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[ฮือฮาทุกหย่อมหญ้าเมื่อบริษัทน้องใหม่ในแคลิฟอร์เนียนาม &#8220;บลูมเอ็นเนอร์จี (Bloom Energy)&#8221; เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าของตัวเองในชื่อ &#8220;บลูมบ็อกซ์ (Bloom Box)&#8221; อย่างเป็นทางการเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ค่ายไอที-หน่วยงานการทหาร-ทางการสหรัฐฯตื่นเต้นกันมากเนื่องจากเชื่อ ว่า นี่คือหนทางอนาคตที่จะสามารถแก้ปัญหาการสูญเงินมหาศาลไปกับค่าไฟเพื่อหล่อ เลี้ยงฟาร์มคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ และปัญหามลพิษที่จะมีผลกระทบต่อลูกหลานบนโลกใบนี้
ชื่อเต็มของบลูมบ็อกซ์คือ Bloom Energy Server ถูกเปิดตัวที่สำนักงานใหญ่อีเบย์ในแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางผู้ร่วมงานเปิดตัวที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย, โคลิน พาเวลล์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ, แลร์รี เพจ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิล และจอห์น โดนาโฮ ซีอีโออีเบย์ ในฐานะลูกค้าอันดับต้นๆ ของบลูมบ็อกซ์
ผู้ ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเชื่อว่า เทคโนโลยีในบลูมบ็อกซ์จะไม่ได้มีผลต่อแนวทางการบริโภคไฟฟ้าในแคลิฟอร์เนีย เท่านั้น แต่จะมีผลต่อทั้งโลก เนื่องจากเซลล์เชื้อเพลิงที่ทำจากซิลิกอน (สกัดได้จากทราย) จะใช้อากาศผสมกับเชื้อเพลิงหลากหลาย เช่น ไฮโดรเจน มีเธน หรือก๊าซธรรมชาติ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ผลที่ได้จากบลูมบ็อกซ์คือผู้ใช้สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ตามที่มีอยู่ใน ท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้การใช้งานในพื้นที่ห่างไกลทั่วมุมโลกสามารถทำได้อย่างเสรีมาก ขึ้น
ตรงนี้บลูมเอ็นเนอร์จีระบุว่า ท้องถิ่นใดมี &#8220;ว็อดก้า&#8221; มาก ก็สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ แต่ยังไม่แนะนำว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด
&#8221; บลูมเอ็นเนอร์จีมุ่งมั่นสร้างพลังงานสะอาดและเสถียร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ฮือฮาทุกหย่อมหญ้าเมื่อบริษัทน้องใหม่ในแคลิฟอร์เนียนาม &#8220;บลูมเอ็นเนอร์จี (Bloom Energy)&#8221; เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าของตัวเองในชื่อ &#8220;บลูมบ็อกซ์ (Bloom Box)&#8221; อย่างเป็นทางการเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา</strong></p>
<p>ค่ายไอที-หน่วยงานการทหาร-ทางการสหรัฐฯตื่นเต้นกันมากเนื่องจากเชื่อ ว่า นี่คือหนทางอนาคตที่จะสามารถแก้ปัญหาการสูญเงินมหาศาลไปกับค่าไฟเพื่อหล่อ เลี้ยงฟาร์มคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ และปัญหามลพิษที่จะมีผลกระทบต่อลูกหลานบนโลกใบนี้</p>
<p>ชื่อเต็มของบลูมบ็อกซ์คือ <span style="color: #cc0000;">Bloom Energy Server</span> ถูกเปิดตัวที่สำนักงานใหญ่อีเบย์ในแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางผู้ร่วมงานเปิดตัวที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย, โคลิน พาเวลล์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ, แลร์รี เพจ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิล และจอห์น โดนาโฮ ซีอีโออีเบย์ ในฐานะลูกค้าอันดับต้นๆ ของบลูมบ็อกซ์</p>
<p><strong>ผู้ ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเชื่อว่า เทคโนโลยีในบลูมบ็อกซ์จะไม่ได้มีผลต่อแนวทางการบริโภคไฟฟ้าในแคลิฟอร์เนีย เท่านั้น แต่จะมีผลต่อทั้งโลก เนื่องจากเซลล์เชื้อเพลิงที่ทำจากซิลิกอน (สกัดได้จากทราย) จะใช้อากาศผสมกับเชื้อเพลิงหลากหลาย เช่น ไฮโดรเจน มีเธน หรือก๊าซธรรมชาติ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ผลที่ได้จากบลูมบ็อกซ์คือผู้ใช้สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ตามที่มีอยู่ใน ท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้การใช้งานในพื้นที่ห่างไกลทั่วมุมโลกสามารถทำได้อย่างเสรีมาก ขึ้น</strong></p>
<p><span style="color: #cc0000;">ตรงนี้บลูมเอ็นเนอร์จีระบุว่า ท้องถิ่นใดมี &#8220;ว็อดก้า&#8221; มาก ก็สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ แต่ยังไม่แนะนำว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด</span></p>
<p><strong>&#8221; บลูมเอ็นเนอร์จีมุ่งมั่นสร้างพลังงานสะอาดและเสถียร ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถเอื้อมถึง เราเชื่อว่าเราจะปฏิวัติโลกพลังงาน ได้เหมือนที่โทรศัพท์มือถือสามารถปฏิวัติโลกการสื่อสาร&#8221;</strong> ดร.เค.อาร์. ศรีธาร์ (Dr. K.R. Sridhar) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบลูมเอ็นเนอร์จีกล่าว</p>
<p>ความสามารถสูงสุดของ Bloom Energy Server คือการสร้างกำลังไฟ 100 กิโลวัตต์ โดยผู้ใช้จะมีราคาต้นทุนค่าไฟเพียง 9 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เทียบกับต้นทุนปกติที่ชาวอเมริกันต้องจ่ายเงิน 14-15 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ สนนราคาเครื่องยังค่อนข้างสูงมากโดยอยู่ที่ 700,000-800,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าราคานี้จะลดลงอีกหากเปิดสายการผลิตมากขึ้นในอนาคต</p>
<p>รายงานระบุว่า บริษัทชั้นนำทั้งโคลา-โคล่า กูเกิล วอลมาร์ท สแทเปิลส์ และอีเบย์ต่างหาซื้อบลูมบ็อกซ์เวอร์ชันเอ็นเตอร์ไพรส์มาใช้งานแล้ว จุดนี้ บลูมเอ็นเนอร์จีระบุว่ามีแผนคลอดบลูมบ็อกซ์เวอร์ชันใช้งานในบ้านภายในปี 2020 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า</p>
<p>นอกจากเอกลักษณ์เรื่องการรองรับเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้การใช้งานในท้องถิ่นห่างไกลทั่วมุมโลกสามารถทำได้ในต้นทุนที่ ยืดหยุ่น ขณะเดียวกันบลูมบ็อกซ์ยังเหนือกว่าเทคโนโลยีพลังงานสะอาดพื้นฐานอย่าง พลังงานลมหรือแสงอาทิตย์ ซึ่งยังไม่มีการพัฒนาให้สามารถผลิตกำลังไฟได้เพียงพอและสม่ำเสมอเช่นที่ บลูมบ็อกซ์ทำได้ และมีการการันตีว่า บลูมบ็อกซ์สามารถให้กำลังไฟซึ่งมีมลพิษน้อยลงกว่าการสร้างกำลังไฟด้วยถ่าน หินแบบเดิมถึง 67%</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของบลูมบ็อกซ์คืออุณหภูมิ เนื่องจากบลูมบ็อกซ์จะมีอุณหภูมิสูงมากขณะทำงาน</strong></p>
<p>ล่าสุด บลูมเอ็นเนอร์จีได้รับหนุนจากนักลงทุนจนสามารถเพิ่มทุนแตะระดับ 400 ล้านเหรียญแล้ว ผลจากกระแสแรงตอบรับยอดเยี่ยมจากกลุ่มอุตสาหกรรมงานไอทีในซิลิกอนวัลเลย์ เช่น กูเกิล ซึ่งผู้บริหารอย่างแลร์รี่ เพจระบุว่ามีแผนจะทำให้ศูนย์กลางข้อมูลของกูเกิลทั้งหมดทำงานบนระบบของบ ลูมบ็อกซ์ในอนาคต</p>
<p><strong>เช่น เดียวกัน อดีตรมต.โคลิน พาวเวลล์ก็เชื่อว่าบลูมบ็อกซ์จะสามารถเป็นแหล่งพลังงานยอดเยี่ยมด้านการทหาร ได้ ซึ่งถึงวันนั้นบลูมบ็อกซ์ก็จะมีโอกาสทวีอิทธิพลมากขึ้นในที่สุด</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/177/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซัมซุงบุกตลาด “B2B” ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้า 50%</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/173</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/173#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 20:19:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[ซัมซุงต่อยอดความสำเร็จองค์กร (Business to Business &#8211; B2B) รุกหนักกลุ่มธุรกิจไอทีอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ ด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความคุ้มค่าและดีไซน์ สวยงามพร้อมรองรับการทำงานเชิงธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ นำโดยผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ “ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด” นวัตกรรมใหม่ที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้แก่ตลาด เน้นจัดกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรด้วยโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรสิ้นปีนี้ 50% พร้อมผลักดันยอดรายได้ 20%
นายบุญเลิศ วิบูลย์เกียรติ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า “ใน ปีนี้ซัมซุงมีแนวการทำตลาดเชิงรุกในช่องทาง B2B ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอทีอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขยายทีมงานระดับมืออาชีพกว่า 100 คน และสุดยอดนวัตกรรมไอทีที่หลากหลายรองรับทุกความต้องการ รวมถึงรูปแบบการนำเสนอและบริการหลังการขายที่โดดเด่นประทับใจ
ความแตกต่างของซัมซุงกับผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดอยู่ที่ซัมซุงไม่ เน้นขายผลิตภัณฑ์แบบแยกชิ้น และขายผลิตภัณฑ์ในราคาถูก แต่จะเน้นไปที่การขายแบบ โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ หรือการเป็นผู้นำเสนอสินค้าและให้บริการโซลูชั่นครบวงจร โดยอยู่บนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งตรงนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เพราะติดต่อซัมซุงเพียงที่เดียวก็สามารถมีสินค้าบริการได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยนอกจากสินค้าที่หลากหลายครบวงจรแล้ว ซัมซุงยังใช้ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์และ เทคโนโลยีการควบรวมดิจิตอล ในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม
ล่าสุดซัมซุงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ อาทิ “ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด (Samsung [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซัมซุงต่อยอดความสำเร็จองค์กร (Business to Business &#8211; B2B) รุกหนักกลุ่มธุรกิจไอทีอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ ด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความคุ้มค่าและดีไซน์ สวยงามพร้อมรองรับการทำงานเชิงธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ นำโดยผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ “ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด” นวัตกรรมใหม่ที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้แก่ตลาด เน้นจัดกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรด้วยโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรสิ้นปีนี้ 50% พร้อมผลักดันยอดรายได้ 20%</strong></p>
<p>นายบุญเลิศ วิบูลย์เกียรติ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า <span style="color: #990000;">“ใน ปีนี้ซัมซุงมีแนวการทำตลาดเชิงรุกในช่องทาง B2B ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอทีอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขยายทีมงานระดับมืออาชีพกว่า 100 คน และสุดยอดนวัตกรรมไอทีที่หลากหลายรองรับทุกความต้องการ รวมถึงรูปแบบการนำเสนอและบริการหลังการขายที่โดดเด่นประทับใจ</span></p>
<p>ความแตกต่างของซัมซุงกับผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดอยู่ที่ซัมซุงไม่ เน้นขายผลิตภัณฑ์แบบแยกชิ้น และขายผลิตภัณฑ์ในราคาถูก แต่จะเน้นไปที่การขายแบบ โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ หรือการเป็นผู้นำเสนอสินค้าและให้บริการโซลูชั่นครบวงจร โดยอยู่บนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งตรงนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เพราะติดต่อซัมซุงเพียงที่เดียวก็สามารถมีสินค้าบริการได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยนอกจากสินค้าที่หลากหลายครบวงจรแล้ว ซัมซุงยังใช้ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์และ เทคโนโลยีการควบรวมดิจิตอล ในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม</p>
<p><span style="color: #990000;">ล่าสุดซัมซุงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ อาทิ “ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด</span> (Samsung Electronics Board) รุ่น 650TS” เปิดกว้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่สามารถเขียนลงหน้าจอด้วย ระบบสัมผัสได้ทันที พร้อมเครื่องมือพิเศษต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ โดยจอจะมีขนาดประมาณ 65 นิ้ว ซึ่งอาจจะเปรียบเสมือนไวท์บอร์ดฝังระบบคอมพิวเตอร์ไว้ “<span style="color: #990000;">เครื่องถ่ายเอกสารสีซัมซุง(Samsung Color PhotoCopier) รุ่นMultiXpress8385ND</span>” โดดเด่นด้วยความเร็วสูงสุด โดยสามารถถ่ายเอกสารขนาด A4 ได้ถึง 38 แผ่นต่อนาที เพื่อเป็นการลดต้นทุนขององค์กรธุรกิจได้กว่า 50% พร้อมทั้ง “<span style="color: #990000;">ซัมซุงจอ LFD ขนาดใหญ่ (Display Screen Video Wall) รุ่น 460UT</span>” ซึ่งเป็นการนำหน้าจอขนาด 46 นิ้วมาต่อกันเป็นตัวเดียวสูงสุดถึง 250 หน้าจอ เหนือชั้นด้วยขอบแบ่งที่เล็กมากเพียง 2.4 มิลลิเมตร ให้ภาพคมชัดถึงในทุกระดับสายตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับดิสเพลย์ภาพขนาดใหญ่ในที่สาธารณะ</p>
<p>“<span style="color: #990000;">ซัม ซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ใหม่ล่าสุดที่จะสร้างความฮือฮาให้ กับตลาดในประเทศไทย ด้วยคุณบัติพิเศษของหน้าจอระบบสัมผัสอัจฉริยะ พร้อม Tool พิเศษต่างๆที่อำนวยความสะดวกสำหรับการลบข้อความ โดยขนาดจอจะมีขนาดเท่ากับไวท์บอร์ดปกติ ประมาณ 65 นิ้ว เปรียบเสมือนไวท์บอร์ดฝังระบบคอมพิวเตอร์</span>ไว้นั่นเอง ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะเข้าไปติดตั้งในสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง” นายบุญเลิศกล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุงเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นกลุ่มองค์กร โดยจะชูความหลากหลายของโซลูชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการคำนวนค่าใช้จ่าย และช่วยจัดการระบบการทำงานภายในให้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างซัมซุงและตัวแทนจำหน่ายอย่าง ต่อเนื่อง</p>
<p>นายบุญเลิศ กล่าวเสริมอีกว่า “ซัมซุงตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กร 50% ภายในปีนี้ โดยตั้งใจเพิ่มการขยายฐานลูกค้าทั้งในส่วนของบริษัทประกันภัย สถาบันการเงิน โรงพยาบาล สถานศึกษาต่างๆ ร้านสะดวกซื้อ และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งนี้ซัมซุงคาดว่าจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาจำหน่ายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จะผลักดันทำให้ซัมซุงโดดเด่นในตลาดและช่วยให้ยอดขายซัมซุงให้เป็นไปตามเป้า หมายที่วางไว้”</p>
<p><strong>ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เลเซอร์พรินเตอร์ และจอมอนิเตอร์ซัมซุงเติบโตเป็นอันดับ 1 ของตลาด โดยสำหรับเลเซอร์พรินเตอร์ครองส่วนแบ่งตลาด 33% และจอมอร์นิเตอร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 34%</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/173/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มกรา 53 อีเมล์ขยะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/171</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/171#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 04:45:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=171</guid>
		<description><![CDATA[ไซแมนเทคเผย ในช่วงเดือนมกราคม 2553 มีอีเมลหลอกลวงและเว็บไซต์ปลอม  พุ่งสูงถึงสองเท่าตัว ทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์
ผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติ  ผลักดันให้จำนวนข้อความหลอกลวงและฟิชชิ่งในเดือนมกราคม 2553 พุ่งสูงขึ้น  โดยสแปมเมอร์ใช้โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นหาประโยชน์เข้าตัวเอง  ทั้งอีเมลขยะประเภทหลอกลวงและฟิชชิ่งมีเปอร์เซ็นต์การขยายตัวเพิ่มสูงถึงสอง เท่าของจำนวนอีเมลขยะทั้งหมดในเดือนมกราคม  เมื่อเปรียบเทียบกับในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา  ประกอบกับอีเมลขยะที่ใช้เทคนิคล่อลวงรูปแบบต่างๆ นานา  เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปให้ เริ่มมีบทบาทโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ข้อความหลอกลวงและฟิชชิ่งมีสัดส่วนสูงถึง 21  เปอร์เซ็นต์ของอีเมลขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้น  ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำรายงานสถานการณ์อีเม ลขยะขึ้น

สำหรับอีเมลขยะที่เกิดขึ้นตามหน้าเทศกาล  แม้สแปมเมอร์จะเกาะกระแสวาเลนไทน์  ส่งอีเมลขยะเสนอขายสินค้าหลากหลายรวมถึงมัลแวร์ กันอย่างมากก็ตาม  แต่ก็ยังคิดเป็นจำนวนที่น้อยกว่าอีเมลขยะที่เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส  โดยอีเมลขยะประเภทเสนอขายสินค้าในเดือนมกราคมที่ผ่านมาลดลงไป 7 เปอร์เซ็นต์
นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค  คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า “การโจมตีแบบฟิชชิ่งเริ่มมี ความเจาะจงมากขึ้นทุกที  โดยมุ่งเน้นโจมตีแบรนด์สินค้าหลักมากกว่าการโจมตีเป็นวงกว้าง  ทั้งนี้ไซแมนเทคสังเกตพบจำนวนครั้งของการโจมตีด้วยวิธีฟิชชิ่งทั้งหมดลดลง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไซแมนเทคเผย ในช่วงเดือนมกราคม 2553 มีอีเมลหลอกลวงและเว็บไซต์ปลอม  พุ่งสูงถึงสองเท่าตัว ทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์</strong></p>
<p>ผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติ  ผลักดันให้จำนวนข้อความหลอกลวงและฟิชชิ่งในเดือนมกราคม 2553 พุ่งสูงขึ้น  โดยสแปมเมอร์ใช้โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นหาประโยชน์เข้าตัวเอง  ทั้งอีเมลขยะประเภทหลอกลวงและฟิชชิ่งมีเปอร์เซ็นต์การขยายตัวเพิ่มสูงถึงสอง เท่าของจำนวนอีเมลขยะทั้งหมดในเดือนมกราคม  เมื่อเปรียบเทียบกับในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา  ประกอบกับอีเมลขยะที่ใช้เทคนิคล่อลวงรูปแบบต่างๆ นานา  เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปให้ เริ่มมีบทบาทโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง <strong><span style="color: #990000;">ทำให้ข้อความหลอกลวงและฟิชชิ่งมีสัดส่วนสูงถึง 21  เปอร์เซ็นต์ของอีเมลขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้น  ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำรายงานสถานการณ์อีเม ลขยะขึ้น<br />
</span></strong><br />
สำหรับอีเมลขยะที่เกิดขึ้นตามหน้าเทศกาล  แม้สแปมเมอร์จะเกาะกระแสวาเลนไทน์  ส่งอีเมลขยะเสนอขายสินค้าหลากหลายรวมถึงมัลแวร์ กันอย่างมากก็ตาม  แต่ก็ยังคิดเป็นจำนวนที่น้อยกว่าอีเมลขยะที่เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส  โดยอีเมลขยะประเภทเสนอขายสินค้าในเดือนมกราคมที่ผ่านมาลดลงไป 7 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค  คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า <span style="color: #990000;">“การโจมตีแบบฟิชชิ่งเริ่มมี ความเจาะจงมากขึ้นทุกที  โดยมุ่งเน้นโจมตีแบรนด์สินค้าหลักมากกว่าการโจมตีเป็นวงกว้าง  ทั้งนี้ไซแมนเทคสังเกตพบจำนวนครั้งของการโจมตีด้วยวิธีฟิชชิ่งทั้งหมดลดลง  25 เปอร์เซ็นต์จากเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหลักๆ  เกิดจากการโจมตีโดยใช้เครื่องมือที่ใช้สร้างฟิชชิ่งมีจำนวนลดลง</span> (วิธีการวัดจำนวนครั้งการโจมตี ดูจากเว็บไซต์ฟิชชิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น  ขณะที่อีเมลฟิชชิ่งเป็นกลไกในการล่อผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์อีกที)  โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา  มียูอาร์แอลของฟิชชิ่งที่ถูกสร้างโดยใช้เครื่องมือสร้างฟิชชิ่งคิดเป็น 14  เปอร์เซ็นต์ ซึ่งลดลงจากเดือนที่ผ่านมาถึงครึ่งหนึ่ง (50 เปอร์เซ็นต์)  โดยเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษก็มีจำนวนลดลงถึง 16  เปอร์เซ็นต์เช่นกัน และมีการนำบริการเว็บโฮสติ้งมากกว่า 95  แห่งมาใช้ชื่อแอบอ้าง ซึ่งคิดเป็น 13  เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีด้วยฟิชชิ่งทั้งหมด  และลดลงจากจำนวนยูอาร์แอลของเว็บโฮสติ้งทั้งหมด 12  เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา”</p>
<p><strong>ประเด็นร้อนและแนวโน้มที่น่าสนใจในรายงานอีเมลขยะและฟิชชิ่ง ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2553</strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="font-size: x-small;">ไม่มีความเห็นอกเห็นใจจาก สแปมเมอร์</span></strong><br />
</span><br />
<span style="color: #990000;">หลังโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในเฮติที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2553  ทั่วโลกได้ร่วมแรงร่วมใจกันส่งผ่านความช่วยเหลือมายังเฮติ ในทางตรงกันข้าม  สแปมเมอร์กลับตักตวงผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้  ด้วยการส่งข้อความอีเมลขยะหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมดังกล่าว</span> นักวิจัยของไซแมนเทคยังพบว่าโดยปกติแล้วสแปมเมอร์มักตักตวงผลประโยชน์ภายใน ช่วงระยะเวลา 24 – 28  ชั่วโมงหลังจากที่ได้มีการประกาศเหตุการณ์ข่าวด่วนสะเทือนขวัญหรือประเด็น ดังอื่นๆ  และก็เกิดขึ้นกับกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติโดยไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน</p>
<p>ครั้งนี้ สแปมเมอร์เริ่มด้วยการส่งอีเมลขยะประเภทหลอกลวง  เพื่อขอให้ผู้ที่ได้รับอีเมลร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเข้ามูลนิธิเพื่อช่วย เหลือผู้ประสบภัย  และเมื่อเหยื่อหลวมตัวบริจาคเงินไปแล้วเงินก็จะหายไปในบัญชีอื่นๆ นอกระบบ  โดยวิธีการนี้  สแปมเมอร์เริ่มจากการส่งข้อความฟิชชิ่งโดยอ้างเป็นองค์กรที่เป็นที่รู้จัก จริง อย่างเช่น ยูนิเซฟ (ตามตัวอย่างด้านล่าง)</p>
<p><span style="color: #990000;">สแปมเมอร์ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้  โดยยังคงพยายามฉวยผลประโยชน์จากโศกนาฏกรรมดังกล่าว ด้วยการส่งมัลแวร์  ตามตัวอย่างด้านล่าง ที่ลวงให้ผู้ใช้คลิกเข้าไปที่ลิงค์เพื่อชมวิดีโอ  แต่กลับเป็นการดาว์นโหลดโทรจันเข้าเครื่องแทน</span></p>
<p><strong>อีเมลขยะจากเทศกาลสำคัญ</strong></p>
<p>ถึงแม้ว่าเทศกาลวันหยุดจะเพิ่งผ่านพ้นไป  แต่บรรดาสแปมเมอร์ยังหาโอกาสจากเทศกาลสำคัญอื่นๆเพื่อลวงให้ผู้ใช้เปิดข้อ ความที่ไม่พึงปรารถนา <span style="color: #990000;">นักวิจัยของไซแมนเทคได้สังเกต พบว่าสแปมเมอร์ยังคงฉวยโอกาสช่วงก่อนวันวาเลนไทน์  ส่งข้อความขยะเพื่อโฆษณาทุกสิ่งอย่างตั้งแต่ ไวน์เพื่อฉลองเทศกาล จนถึงยา  เนื่องจากวันวาเลนไทน์นับเป็นเทศกาลที่เป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลายทั่ว โลก  ฉะนั้นจึงสังเกตุได้ว่ายังคงมีอีเมลขยะที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่ฉวยโอกาสจาก เทศกาลนี้เช่นกัน</span></p>
<p><strong>การควบคุมของศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแห่งประเทศจีน  หรือ CNNIC</strong><br />
ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีน หรือ Internet Network  Information Center (CNNIC) <span style="color: #990000;">ประกาศระงับการจดทะเบียน โดเมน .cn โดย CNNIC  แถลงว่าการระงับการจดทะเบียนในครั้งนี้จะช่วยให้ทางศูนย์ข้อมูลฯ  ปรับปรุงกระบวนการในการตรวจสอบข้อมูลของผู้ขอจดทะเบียนจากต่างประเทศได้ดี ยิ่งขึ้น</span> โดยเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องตามมาในช่วงกลางเดือน ธันวาคมที่มีการขอให้ผู้ต้องการจดทะเบียนดังกล่าวยื่นเอกสารเพิ่มเติม</p>
<p>ตามที่ระบุไว้ในรายงานของไซแมนเทคข้อความอีเมลขยะที่เป็นโดเมน .cn  ลดลงมากกว่าครึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม  2552</p>
<p><strong>การวิเคราะห์หัวข้อเรื่องของอีเมลขยะในเดือนมกราคม 2553<br />
</strong>ในเดือนมกราคม 2553 พบว่า <span style="color: #990000;">10  อันดับแรกของหัวข้อของอีเมลที่ถูกนำมาใช้โดยสแปมเมอร์  จะผสมกันระหว่างอีเมลขยะประเภทหลอกลวงให้โอนเงิน  และอีเมลขยะที่เสนอขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ยา  สิ่งที่น่าสนใจก็คือบรรดาสแปมเมอร์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนออีเมลขยะ ประเภทขายยาออนไลน์</span> โดยใช้หัวข้ออย่างเช่น  “กฎเกณฑ์ที่น่ารู้เพื่อการช้อปปิ้งที่ดีขึ้น (Must-Know Rules Of Better  Shopping)” และ “โปรโมชันที่คุณควรรู้ (You Must Know About This  Promotion)” ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่โจ่งแจ้งชัดเจนเหมือนการเสนอขายยาลดราคา  “RE: SALE 70% OFF on Pfizer.” นอกจากนี้  ยังใช้หัวข้อที่ทำให้เข้าใจผิดเช่น “การยืนยันทางอีเมล (Confirmation  Mail)” และ“ใบเสร็จรับเงินพิเศษ (Special Ticket Receipt)”  มาใช้สำหรับข้อความอีเมลขยะขายยาออนไลน์</p>
<p><strong>ฟิชชิ่งหลอกลวงสำหรับผู้ใหญ่<br />
</strong>ไซแมนเทคสังเกตพบแนวโน้มใหม่ในที่มุ่งเป้าไปยังฟิชชิ่ง สำหรับผู้ใหญ่  เว็บไซต์ฟิชชิ่งระบุว่าผู้ใช้สามารถรับสื่อลามกต่างๆฟรีหลังจากเข้าสู่ระบบ หรือมีการลงทะเบียน  การนำเสนอเหล่านี้จะล่อลวงผู้ใช้ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อหวังจะได้รับสื่อ อนาจารฟรี และเมื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำการล็อกอิน  ผู้ใช้ก็จะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์อนาจารที่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ปลอมหลอกล่อให้ดาวน์โหลดโค้ดอันตราย ทั้งนี้ 92  เปอร์เซ็นต์ของฟิชชิ่งหลอกลวงสำหรับผู้ใหญ่นี้มักจะอยู่ในเว็บไซต์ที่เป็นโซ เชียลเน็ตเวิร์ค โดยอีก 8  เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็จะอยู่ในแบรนด์ที่ให้บริการข้อมูลต่างๆ  ซึ่งเว็บไซต์ฟิชชิ่งดังกล่าวมักสร้างโดยอาศัยบริการเว็บโฮสติ้งฟรี</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="4">
<tbody>
<tr>
<td align="left" valign="baseline"><span style="color: #003366;">ASTVผู้ จัดการออนไลน์</span></td>
<td align="left" valign="baseline"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/171/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นับถอยหลัง &#8220;เล่นทวิตเตอร์บนยาฮู&#8221;</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/169</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/169#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 04:44:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์บนyahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[ยาฮู (Yahoo)  ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตประกาศแผนผูกบริการน้องใหม่ดาวรุ่ง &#8220;ทวิตเตอร์  (Twitter)&#8221; เข้ากับนานาบริการของยาฮู  ผลคือผู้ใช้ยาฮูจะสามารถเล่นทวิตเตอร์ได้บนหน้าเว็บไซต์ยาฮูโดยตรง  หวังตอบโจทย์ชาวเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั่วโลก
ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความร่วมมือที่ชัดเจนในขณะนี้ ผู้บริหารยาฮูระบุเพียงว่า  ความร่วมมือระหว่างยาฮูและทวิตเตอร์ในครั้งนี้จะทำให้ชาวออนไลน์สามารถอ่าน และส่งข้อความทวีต (Tweet) ได้บนเว็บไซต์ยาฮูเลย  จุดประสงค์คือการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่ต้องออกจากหน้าเว็บไซต์ยาฮู  โดยคาดว่ายาฮูจะแบ่งรายได้จากการโฆษณาบางส่วนให้แก่ทวิตเตอร์ด้วย

ทวีตคือชื่อเรียกข้อความบอกเล่าความคิดของตัวเองในขณะนั้นความยาวไม่ เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่งไปมาบนระบบ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นราว 2  เดือนให้หลังจากการประกาศเป็นพันธมิตรลักษณะเดียวกันกับเฟสบุ๊ก (Facebook)  เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลก  และเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากกูเกิลเพิ่งเปิดตัวบริการ Google Buzz  ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติการทำงานด้านเครือข่ายสังคมให้ผู้ใช้บริการอีเมล &#8220;จีเมล&#8221;   สามารถส่งข้อความอัปเดทสถานะและแบ่งปันภาพให้กับกลุ่มเพื่อนได้ไม่ต่างจาก ทวีตเตอร์และเฟสบุ๊ก บนจุดมุ่งหมายให้ผู้ใช้จีเมลไม่ต้องออกจากหน้าเว็บ  เพื่อไปทำกิจกรรมเครือข่ายสังคมที่เว็บอื่นเช่นกัน
ทิศทางที่เกิดขึ้นแปลว่า  เฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ต่างก็ทำให้ยักษ์ใหญ่อินเตอร์เน็ตอย่างกูเกิลและยาฮู ต้องปรับกลยุทธ์ตาม เพื่อให้สามารถดึงผู้ใช้ไว้กับเว็บให้มากที่สุด  อันจะทำให้รายได้จากโฆษณาออนไลน์เกิดขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ดีกรีความสำเร็จส่วนหนึ่งของทวิตเตอร์สามารถ นับได้ข้อความทวีตที่เจ้าตัวบอกว่ามีมากกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ยาฮู (Yahoo)  ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตประกาศแผนผูกบริการน้องใหม่ดาวรุ่ง &#8220;ทวิตเตอร์  (Twitter)&#8221; เข้ากับนานาบริการของยาฮู  ผลคือผู้ใช้ยาฮูจะสามารถเล่นทวิตเตอร์ได้บนหน้าเว็บไซต์ยาฮูโดยตรง  หวังตอบโจทย์ชาวเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั่วโลก</strong></p>
<p>ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความร่วมมือที่ชัดเจนในขณะนี้ <span style="color: #990000;">ผู้บริหารยาฮูระบุเพียงว่า  ความร่วมมือระหว่างยาฮูและทวิตเตอร์ในครั้งนี้จะทำให้ชาวออนไลน์สามารถอ่าน และส่งข้อความทวีต (Tweet) ได้บนเว็บไซต์ยาฮูเลย  จุดประสงค์คือการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่ต้องออกจากหน้าเว็บไซต์ยาฮู  โดยคาดว่ายาฮูจะแบ่งรายได้จากการโฆษณาบางส่วนให้แก่ทวิตเตอร์ด้วย<br />
</span><br />
ทวีตคือชื่อเรียกข้อความบอกเล่าความคิดของตัวเองในขณะนั้นความยาวไม่ เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่งไปมาบนระบบ</p>
<p>ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นราว 2  เดือนให้หลังจากการประกาศเป็นพันธมิตรลักษณะเดียวกันกับเฟสบุ๊ก (Facebook)  เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลก  และเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากกูเกิลเพิ่งเปิดตัวบริการ Google Buzz  ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติการทำงานด้านเครือข่ายสังคมให้ผู้ใช้บริการอีเมล &#8220;จีเมล&#8221;   สามารถส่งข้อความอัปเดทสถานะและแบ่งปันภาพให้กับกลุ่มเพื่อนได้ไม่ต่างจาก ทวีตเตอร์และเฟสบุ๊ก บนจุดมุ่งหมายให้ผู้ใช้จีเมลไม่ต้องออกจากหน้าเว็บ  เพื่อไปทำกิจกรรมเครือข่ายสังคมที่เว็บอื่นเช่นกัน</p>
<p>ทิศทางที่เกิดขึ้นแปลว่า  เฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ต่างก็ทำให้ยักษ์ใหญ่อินเตอร์เน็ตอย่างกูเกิลและยาฮู ต้องปรับกลยุทธ์ตาม เพื่อให้สามารถดึงผู้ใช้ไว้กับเว็บให้มากที่สุด  อันจะทำให้รายได้จากโฆษณาออนไลน์เกิดขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ</p>
<p><span style="color: #990000;">ดีกรีความสำเร็จส่วนหนึ่งของทวิตเตอร์สามารถ นับได้ข้อความทวีตที่เจ้าตัวบอกว่ามีมากกว่า 50 ล้านข้อความต่อวัน  (ทั่วโลก) สำหรับเฟสบุ๊ก ข้อมูลจากบริษัทวิจัย comScore  ระบุว่าเฟสบุ๊กคือเว็บไซต์ที่ชาวอเมริกันเข้ามาใช้งานมากเป็นอันดับ 4  ด้วยสถิติ 112 ล้านราย ตามหลังอันดับ 3 ซึ่งเป็นบริการของไมโครซอฟท์<br />
</span><br />
ยาฮูสามารถครองตำแหน่งเว็บไซต์ที่ชาวอเมริกันใช้งานมากที่สุดเป็น อันดับ 2 ยอดผู้ใช้งานคือ 164 ล้านราย</p>
<p><span style="color: #990000;">นอกจากการเปิดทางให้มีการเล่นทวิตเตอร์บนยาฮู  ยังมีข้อตกลงเรื่องการเพิ่มข้อความทวีตลงในผลการเสิร์ชของยาฮู  ซึ่งมีแนวคิดเดียวกับ &#8220;real time search&#8221;</span> ที่กูเกิลและไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือกับทวิตเตอร์และเฟสบุ๊กไปแล้วเมื่อ ปีก่อน  เพื่อให้ผู้ค้นหาข้อมูลสามารถพบข้อมูลคุณภาพที่อัปเดทสม่ำเสมอบนเครือข่าย สังคม</p>
<p>ยาฮูระบุว่ามีแผนแสดงผลข้อความทวีตแบบสดๆในบริการอื่นของยาฮู เช่น  ในบริการอีเมล บริการข่าวสารกีฬา บันเทิง และการเงิน  ซึ่งจะเห็นความแตกต่างชัดเจนภายในปีนี้</p>
<p><strong>แม้ผู้บริหารยาฮูจะไม่เปิดเผยข้อตกลงด้านการเงินกับ ทวิตเตอร์ แต่สื่อต่างประเทศบางแห่งระบุว่า  ไมโครซอฟท์และกูเกิลเคยจ่ายเงินให้ทวิตเตอร์ราว 25  ล้านเหรียญเพื่อให้ได้สิทธิในการแสดงผลข้อความทวีตในผลการเสิร์ช  อย่างไรก็ตาม  ผู้บริหารทวิตเตอร์เคยออกมายืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายทำเงินจากข้อความทวีต  เนื่องจากสิทธิความเป็นเจ้าของข้อความทวีตเหล่านี้คือผู้บริโภค  ไม่ใช่ทวิตเตอร์ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนใดๆในขณะนี้</strong></p>
<p><span style="color: #003366;"> ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/169/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไอบีเอ็มไทยเปิด&#8221;Power7&#8243;ก่อนใครในอาเซียน</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/167</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/167#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Feb 2010 10:23:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Power7]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ไอบีเอ็มเปิดตัวชิป &#8220;พาวเวอร์เซเว่น (Power7)&#8221;  ในประเทศไทยก่อนใครในอาเซียน  ระบุเพราะตลาดเซิร์ฟเวอร์ประเทศไทยแข็งแกร่งที่สุด  ย้ำว่าแม้ไอบีเอ็มจะยังสามารถทำตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปพาวเวอร์ซิกซ์  (Power 6) ได้ดีอยู่  แต่การเปิดตัวพาวเวอร์เซเว่นนั้นทำไปเพื่อให้ลูกค้าไอบีเอ็มสามารถลดค่าใช้ จ่าย ลดการใช้พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม  รวมถึงการก้าวไปสู่ยุคแห่งคลาวด์คอมพิวติ้งในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ไอบีเอ็มเปิดตัวชิปพาวเวอร์เซเว่นนี้ในงานไอบีเอ็มเทคโนโลยีซิมโป เซียม 2010 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยธนพงษ์  อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม  ประเทศไทย จำกัด  การันตีว่าพาวเวอร์เซเว่นเป็นชิปสำหรับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะกับ งานทุกประเภท ทั้งงานจัดการระบบธุรกิจ ERP, งานวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงหรือ  HPC ด้านวิทยาศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานการวิจัยต่างๆ,  งานให้บริการระบบทรานเคชัน ฯลฯ

&#8220;เราค่อนข้างมั่นใจ เมื่อรวมกับการฝึกอบรม การให้บริการหลังการขาย  เชื่อว่านี่คือตัวชูธง พาวเวอร์เซเว่นจะทำให้ไอบีเอ็มมองตลาดได้มากขึ้น  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไอบีเอ็มเปิดตัวชิป &#8220;พาวเวอร์เซเว่น (Power7)&#8221;  ในประเทศไทยก่อนใครในอาเซียน  ระบุเพราะตลาดเซิร์ฟเวอร์ประเทศไทยแข็งแกร่งที่สุด  ย้ำว่าแม้ไอบีเอ็มจะยังสามารถทำตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปพาวเวอร์ซิกซ์  (Power 6) ได้ดีอยู่  แต่การเปิดตัวพาวเวอร์เซเว่นนั้นทำไปเพื่อให้ลูกค้าไอบีเอ็มสามารถลดค่าใช้ จ่าย ลดการใช้พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม  รวมถึงการก้าวไปสู่ยุคแห่งคลาวด์คอมพิวติ้งในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น<br />
</strong><br />
ไอบีเอ็มเปิดตัวชิปพาวเวอร์เซเว่นนี้ในงานไอบีเอ็มเทคโนโลยีซิมโป เซียม 2010 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย<span style="color: #990000;">ธนพงษ์  อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม  ประเทศไทย จำกัด  การันตีว่าพาวเวอร์เซเว่นเป็นชิปสำหรับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะกับ งานทุกประเภท ทั้งงานจัดการระบบธุรกิจ ERP, งานวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงหรือ  HPC ด้านวิทยาศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานการวิจัยต่างๆ,  งานให้บริการระบบทรานเคชัน ฯลฯ<br />
</span><br />
&#8220;เราค่อนข้างมั่นใจ เมื่อรวมกับการฝึกอบรม การให้บริการหลังการขาย  เชื่อว่านี่คือตัวชูธง พาวเวอร์เซเว่นจะทำให้ไอบีเอ็มมองตลาดได้มากขึ้น  และทำให้เรามี่ความครบวงจรยิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p>ไอบีเอ็มให้ข้อมูลว่า ชิ<span style="color: #990000;">ปพาวเวอร์เซเว่นมีแกน ประมวลผลสูงสุด 8 คอร์ แต่ละคอร์สามารถรันงานได้พร้อมกัน 4 งาน  เบ็ดเสร็จสามารถรันงานได้พร้อมกันถึง 32 งาน รันที่ความเร็ว 3.03-4.14  กิกะเฮิร์ตซ์ เร็วและแรงกว่าชิปรุ่นเก่าอย่างพาวเวอร์ซิกซ์ถึง 4 เท่า  มาพร้อม แคช on-chip L3 สามารถประมวลผลงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจได้สูง  8.4 เทราฟล็อป (8.4 ล้านล้านคำสั่ง) ใช้เทคโนโลยีในการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร  (มีให้เลือกแบบรุ่น 4 และ 6 คอร์ด้วย)<br />
</span><br />
&#8220;เทียบกับพาวเวอร์ซิกส์ เซเว่นจะดีขึ้น 4 เท่าแต่ลงทุนน้อยกว่า 2  เท่า ตอนนี้เวิร์กโหลดประเภทไหนก็ไม่กลัว จะทรานเซคชันเยอะขนาดไหนก็ได้  คิดว่าธุรกิจการเงิน โทรคมนาคม และบริษัทที่ทำอินฟราสตรักเจอร์ต่างๆ  ซึ่งต้องมีระบบจดจำข้อมูลตลอดเวลาจะเป็นกลุ่มตลาดหลักของพาวเวอร์เซเว่น  ปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ต้องบันทึกข้อมูลทุก 15 นาทีต่อเนื่อง  ตรงนี้จะเป็นเทรนด์ ทุกอย่างจะเป็นเซ็นเซอร์ ทุกอย่างจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งพาวเวอร์เซเว่นรองรับได้&#8221;</p>
<p><span style="color: #990000;">ฟีเจอร์สำคัญของพาวเวอร์เซเว่นที่ธนพงษ์เชื่อ ว่าจะเป็นที่ต้องการของธุรกิจ คือโหมดการทำงาน TurboCore  ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์บางประเภทลงได้</span></p>
<p>&#8220;มันจะเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วแต่ลดจำนวนคอร์ที่ใช้งานอยู่ลง  จะทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากบริษัทซอฟต์แวร์ประเภทฐานข้อมูลมักจะ คิดจากจำนวนคอร์ประมวลผลที่ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ไม่มีใครมี&#8221;</p>
<p>เพื่อทำตลาดพาวเวอร์เซเว่น  ไอบีเอ็มจึงเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปพาวเวอร์เพิ่ม 4 รุ่น  ทั้งหมดเป็นรุ่นระดับกลาง  และไอบีเอ็มมีแผนเปิดตัวระดับล่างและบนในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า</p>
<p><span style="color: #990000;">&#8220;IBM Power 780 คือรุ่นท็อปของระดับมิดเอนด์  สำหรับบริษัทที่ไม่ต้องการโหมด TurboCore  เพราะต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์ตามจำนวนผู้ใช้อยู่แล้ว ก็สามารถเลือก Power 770  แทน ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมพาวเวอร์เซเว่นที่มีคอร์รวมกันทั้งหมดสูงสุด 64 คอร์  ระดับกลางลงมาของมิดเอนด์คือ IBM Power 755 และ 750  ซึ่งรองรับคอร์ของพาวเวอร์เซเว่นได้ 32 คอร์&#8221;</span></p>
<p>ธนพงษ์เชื่อว่ารุ่น 750  จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ตัวหลักหรือเมนสตรีมที่ไอบีเอ็มจะสามารถจำหน่ายได้ในอนาคต</p>
<p>&#8220;ทิศทางตลาดเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว  เทคโนโลยีก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ความคุ้มค่าก็เพิ่มขึ้น  และการใช้งานก็เพิ่มอยู่แล้ว  เพียงแต่ใครจะมีความพร้อมในการสร้างระบบเพื่อให้บริการได้ก่อน  อย่าลืมว่าลูกค้าต้องแข่งขัน ทางจะแข่งได้คือต้องเร็ว  ปัญหาของไอบีเอ็มตอนนี้คือทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้  ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มวิ่งอีกครั้ง  ทั้งที่ภาพรวมธุรกิจยังไม่ได้เติบโตรุนแรง แต่เราก็ต้องสร้างธุรกิจไปด้วย&#8221;</p>
<p>ธนพงษ์ระบุว่าไอบีเอ็มไม่มีแผนรับมือการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง ซันและออราเคิล และหากเป็นไปตามวงจรการพัฒนาปกติ ชิป Power 8  รุ่นต่อไปของไอบีเอ็มจะสามารถเปิดตัวใน 2-3 ปีข้างหน้า</p>
<p>&#8220;ไอบีเอ็มไม่เคยเตรียมรับมือ ลุยตลอด คู่แข่งคือคู่แข่ง  แต่ที่เรามองคือไอบีเอ็มพร้อม ยุคนี้เป็นยุคที่ไอบีเอ็มพร้อมมากๆ&#8221;</p>
<p><strong>ธนพงษ์ระบุว่า  ส่วนแบ่งตลาดเซิร์ฟเวอร์ของไอบีเอ็มในประเทศไทยช่วงไตรมาส 3 ของปี 2009  คิดเป็น 51.7% เป็นการครองอันดับ 1 มาติดต่อกัน 6 ไตรมาส  โดยประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไอบีเอ็มมองว่ามีความเข้มแข็งที่ สุด จึงประเดิมเปิดตัวพาวเวอร์เซเว่นก่อนใครในภูมิภาค</strong></p>
<p><span style="color: #003366;">ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/167/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอชพีปักธงปีนี้โตเหนือตลาดเกิน20%</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/165</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/165#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Feb 2010 10:21:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[เอชพี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=165</guid>
		<description><![CDATA[เอชพีมั่นใจปีนี้โตเหนือตลาด เผยไอดีซีชี้ตลาดคอมพิวเตอร์โตราว  15-20% โน้ตบุ๊คมาแรงโต 20% ระบุปีนี้มินิโน้ตบุ๊คกลับมามีสีสัน  เพราะราคาต่ำลง ส่งผลสร้างความต่างจากราคาโน้ตบุ๊คชัดเจน  ลั่นรักษาความเป็นผู้นำเทคโนโลยีทัชสมาร์ท ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ 3  รุ่นเขย่าตลาดรับปีเสือ
นายพงศ์ธวัช พิเชฐเลอมานวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด  กลุ่มธุรกิจเพอร์ชันแนล ซิสเต็มส์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย)  จำกัด หรือเอชพี กล่าวว่า  ภาพรวมตลาดสินค้าไอทีปีนี้น่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น เนื่อง จากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวประกอบกับมีเทคโนโลยีใหม่  อาทิระบบปฎิบัติการณ์วินโดว์7และฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ  เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดให้มีความต้องการสูงขึ้นโดยไอดีซีคาดการณ์ภาพรวมตลาด ว่าสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 20%หรือคิดเป็น 1.8  ล้านเครื่อง ส่วนคอมพิวเตอร์เดสท้อปมีแนวโน้มเติบโต7-10% หรือ  9.7แสนเครื่อง ส่งผลให้ตลาดรวมคอมพิวเตอร์ปีนี้จะเติบโต15-20% หรือ 2.7  ล้านเครื่อง

ตลาดที่คาดว่าจะมาเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ได้แก่ ตลาดกลุ่มการศึกษา  ตามด้วยกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือ  SME [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอชพีมั่นใจปีนี้โตเหนือตลาด เผยไอดีซีชี้ตลาดคอมพิวเตอร์โตราว  15-20% โน้ตบุ๊คมาแรงโต 20% ระบุปีนี้มินิโน้ตบุ๊คกลับมามีสีสัน  เพราะราคาต่ำลง ส่งผลสร้างความต่างจากราคาโน้ตบุ๊คชัดเจน  ลั่นรักษาความเป็นผู้นำเทคโนโลยีทัชสมาร์ท ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ 3  รุ่นเขย่าตลาดรับปีเสือ</strong></p>
<p>นายพงศ์ธวัช พิเชฐเลอมานวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด  กลุ่มธุรกิจเพอร์ชันแนล ซิสเต็มส์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย)  จำกัด หรือเอชพี กล่าวว่า  ภาพรวมตลาดสินค้าไอทีปีนี้น่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น <span style="color: #990000;">เนื่อง จากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวประกอบกับมีเทคโนโลยีใหม่  อาทิระบบปฎิบัติการณ์วินโดว์7และฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ  เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดให้มีความต้องการสูงขึ้นโดยไอดีซีคาดการณ์ภาพรวมตลาด ว่าสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 20%หรือคิดเป็น 1.8  ล้านเครื่อง ส่วนคอมพิวเตอร์เดสท้อปมีแนวโน้มเติบโต7-10% หรือ  9.7แสนเครื่อง ส่งผลให้ตลาดรวมคอมพิวเตอร์ปีนี้จะเติบโต15-20% หรือ 2.7  ล้านเครื่อง<br />
</span><br />
ตลาดที่คาดว่าจะมาเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ได้แก่ ตลาดกลุ่มการศึกษา  ตามด้วยกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือ  SME และสุดท้ายเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป</p>
<p>อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าตลาดจะเกิดผลกระทบจาก ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะการเมืองหรือไม่  แต่เบื้องต้นประเมินว่าหากเกิดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเชื่อว่าลูกค้ากลุ่ม องค์กรและภาครัฐจะไม่มีผลกระทบมากนักเนื่องจากมีงบประมาณที่ถูกจัดสรรเพื่อ ไอทีอยู่แล้วส่วนลูกค้าทั่วไปในระยะแรกจะมีผลกระทบแต่ทันทีที่เหตุการณ์เข้า สู่สภาวะปกติลูกค้าทั่วไปจะกลับมาใช้จ่ายเหมือนเดิม</p>
<p>สำหรับเอชพีปีนี้ยังคงตั้งเป้าว่าจะเติบโตกว่าตลาดรวม โดยจะ<span style="color: #990000;">มุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาด 3 ด้าน ได้แก่</span> <span style="color: #990000;">1.สินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมี ประสิทธิภาพและทุกกลุ่มการใช้งาน 2.สร้างประสบการณ์การใช้งานให้แก่ลูกค้า  โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการเข้าไปสร้างประสบการณ์สินค้าไปยังโรงเรียน  สถาบันการศึกษาต่างๆรวมถึงตกแต่งร้านค้ามีความน่าสนใจขึ้น  3.เน้นสินค้าที่เป็นดิจิตอลมากขึ้น </span>เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโน้ต บุ๊คได้หลากหลายขึ้น โดยร่วมกับพันธมิตรกลุ่มบันเทิง อาทิ ยูนิเวรอ์ซัล  มิวสิค ให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดเพลงฟรี เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้สำหรับปีนี้เอชพียังจะเน้นสินค้าประเภทโน้ตบุ๊คเป็นหลัก  ตามด้วยสินค้าประเภทมินิโน้ต และคอมพิวเตอร์เดสท้อป  โดยเน้นการจะนำเทคโนโลยีทัชสมาร์ทซึ่งเอชพีเป็นให้ความสำคัญเป็นรายแรกเข้า มาใช้มากขึ้น เพื่อให้สินค้าสามารถตอบสนองแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน</p>
<p><span style="color: #990000;">&#8220;มินิโน้ตจะเริ่มกลับมามีสีสันขึ้น  เนื่องจากราคาถูกลง ทำให้ส่วนต่างของราคาจะห่างกลับโน้ตบุ๊คมากขึ้น  โดยราคาต่ำสุดจะอยูที่ 9,900 บาทจากปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 13,000 บาท  ในขณะที่เครื่องโน้ตบุ๊คราคาต่ำสุดไม่ได้ปรับตัวลดลงมากหนักแต่เพี่ม ประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นประกอบกับตลาดมีความต้องการใช้งาน เครื่องมินิโน๊ตบุ๊คเป็นเครื่องที่สองสำหรับพกพามากขึ้น&#8221;<br />
</span><br />
<strong><span style="color: #990000;"><span style="color: #000000;">ล่าสุดเอชพี ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ 1.โน้ตบุ๊คแทบเล็ต รุ่นTouchSmart tm2  ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอหมุนได้รุ่นแรกแขงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีมัลติ -ทัชตัวเครื่องโดดเด่ดด้วยอลูมิเนียม มีรายพิมพ์ หนัก 2.8  กิโลกรัมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.1 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท  2.เอชพีมินิโน้ต 210 มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว  หรือมีหน้าแบบไวด์สกรีนให้เลือกพร้อมคีย์บอร์ดไอซ์แลนด์สไตล์หรือคีย์บอร์ด ขนาด93% สามารถใช้งานได้นาน9.5ชั่วโมง  และเชื่อมต่อกับ3Gบรอดแบรนด์และจีพีเอสได้ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท  3.เอชพีมินิ5102 เป็นแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วน้ำหนักเริ่ม1.2  กิโลกรัมตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม ใช้งานได้นาน 10  ชั่วโมงโดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่9,900-39,900 บาท</span></span></strong></p>
<p><span style="color: #003366;">ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/165/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บราเดอร์เล็งชักธงรบ&#8221;พรินต์มือถือ&#8221;</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/163</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/163#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 08:59:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[พรินต์มือถือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=163</guid>
		<description><![CDATA[ผู้บริหารบราเดอร์ (Brother)  มั่นใจปีนี้ตลาดเครื่องพิมพ์แข่งราคาและโมเดลเช่าเครื่องน้อยลง  แต่จะหันมาชิงเด่นด้านบริการกันแทน เชื่อตลาดรวมเครื่องพิมพ์ทั้งปีโต 10%  เพราะธุรกิจอั้นซื้อมานาน  แย้มเตรียมส่งผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เคลื่อนที่ซึ่งใช้แบตเตอรี่ต่ำออกสู่ ตลาดภายในปีนี้ หวังจับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน  รวมถึงบริการสาธารณูปโภคของภาครัฐทั้งน้ำและไฟฟ้าให้สามารถออกสลิปบัตร เครดิตได้ทุกที่ทุกเวลา
ความเชื่อเรื่องความสำคัญของงานบริการหลังการขายทำให้บราเดอร์ลุย ขยายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มร.ทาคาโอะ ชิมา กรรมการผู้จัดการ  บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด  ประกาศความสำเร็จว่าบราเดอร์เป็นบริษัทเครื่องพิมพ์รายแรกที่มีศูนย์บริการ แต่งตั้งครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วไทย บนยอดจำนวน 147 แห่ง  ลุยพื้นที่ห่างไกลทั้งแพร่ แม่ฮ่องสอน และปัตตานี
จุดนี้ วรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไป  ฝ่ายบริการลูกค้าของบราเดอร์เปิดเผยว่า  บริษัทมีแผนเพิ่มศูนย์บริการเพิ่มขึ้นในส่วนไอทีชอปปิ้งมอลล์ โดยจะเพิ่มอีก  10 แห่งแต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้
&#8220;เราไม่ได้ตั้งว่าเพิ่มศูนย์ที่นี่แล้วต้อง เพิ่มยอดขายที่นี่ด้วย ยอมรับว่างานขายและงานบริการมันเป็นเหมือนไก่กับไข่  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้บริหารบราเดอร์ (Brother)  มั่นใจปีนี้ตลาดเครื่องพิมพ์แข่งราคาและโมเดลเช่าเครื่องน้อยลง  แต่จะหันมาชิงเด่นด้านบริการกันแทน เชื่อตลาดรวมเครื่องพิมพ์ทั้งปีโต 10%  เพราะธุรกิจอั้นซื้อมานาน  แย้มเตรียมส่งผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เคลื่อนที่ซึ่งใช้แบตเตอรี่ต่ำออกสู่ ตลาดภายในปีนี้ หวังจับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน  รวมถึงบริการสาธารณูปโภคของภาครัฐทั้งน้ำและไฟฟ้าให้สามารถออกสลิปบัตร เครดิตได้ทุกที่ทุกเวลา</strong></p>
<p>ความเชื่อเรื่องความสำคัญของงานบริการหลังการขายทำให้บราเดอร์ลุย ขยายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มร.ทาคาโอะ ชิมา กรรมการผู้จัดการ  บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด  ประกาศความสำเร็จว่าบราเดอร์เป็นบริษัทเครื่องพิมพ์รายแรกที่มีศูนย์บริการ แต่งตั้งครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วไทย บนยอดจำนวน 147 แห่ง  ลุยพื้นที่ห่างไกลทั้งแพร่ แม่ฮ่องสอน และปัตตานี</p>
<p>จุดนี้ วรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไป  ฝ่ายบริการลูกค้าของบราเดอร์เปิดเผยว่า  บริษัทมีแผนเพิ่มศูนย์บริการเพิ่มขึ้นในส่วนไอทีชอปปิ้งมอลล์ โดยจะเพิ่มอีก  10 แห่งแต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้</p>
<p><span style="color: #990000;">&#8220;เราไม่ได้ตั้งว่าเพิ่มศูนย์ที่นี่แล้วต้อง เพิ่มยอดขายที่นี่ด้วย ยอมรับว่างานขายและงานบริการมันเป็นเหมือนไก่กับไข่  ตอบไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน แต่เชื่อว่าภาพรวมจะได้คือ  ผู้ค้าจะขายบราเดอร์เยอะขึ้นเพราะความสะดวกใจว่าสามารถซ่อมได้  การเปิดศูนย์ทั่วประเทศไม่ได้ลงทุนมากมาย เพราะเราเลือกลงทุนฝั่งบราเดอร์  ด้วยการเตรียมชิ้นส่วน ทำระบบ คือศูนย์ขอแค่มีหัวใจ  เราจะเข้าไปเทรนด์คนและประสานให้เร็ว สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง คือ 3  จังหวัดล่าสุดที่เราแต่งตั้งศูนย์บริการ&#8221;</span></p>
<p><strong>สงครามราคา-เครื่องเช่าน้อยลง<br />
</strong><br />
ธีรวุธ ศุภพันธ์ภิญโญ  ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการขายและการตลาดของบราเดอร์  เชื่อว่าการแข่งขันในธุรกิจเครื่องพิมพ์ปีนี้จะเน้นที่การสร้างความต่างใน งานบริการ มากกว่าการเล่นสงครามราคา  หรือการแข่งขันในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องพิมพ์  ซึ่งเป็นกระแสแรงในกลุ่มธุรกิจรายย่อยช่วงปีที่ผ่านมา  เนื่องจากผลดีจากการคำนวณค่าเสื่อม ภาษี และการจัดการสินทรัพย์ขององค์กร</p>
<p>&#8220;เพราะการแข่งขันที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคเห็นชัดว่าการซื้อเครื่อง พิมพ์ไม่ควรดูที่ราคาถูก แต่ควรดูที่บริการหลังการขาย  แถมโมเดลเช่าเครื่องของบางค่ายก็ไม่ได้สร้างความคุ้มค่าจริงและมีเงื่อนไข ผูกมัดว่าต้องพิมพ์จำนวนมากๆ&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  ธีรวุธระบุว่าธุรกิจเช่าเครื่องของบราเดอร์ยังคงไปได้ดีบนลูกค้ากลุ่มเอส เอ็มอี ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากว่า 50% ของบราเดอร์  โดยปีนี้บราเดอร์จะเน้นทำตลาดในกลุ่มคอร์ปอเรตหรือธุรกิจรายใหญ่ให้มากขึ้น  เนื่องจากมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่องค์กรหลายแห่งเริ่มลงทุนไอทีหลังจากที่ อั้นซื้อมานาน</p>
<p>&#8220;คิดว่าจะไปกลุ่มองค์กรการเงิน การศึกษา  และบริษัทกลุ่มโทรคมนาคมมากขึ้น ปีก่อนเศรษฐกิจซบเซา แต่ทิศทางที่ดีขึ้น  ประกอบกับการอั้นซื้อและการผ่านงบประมาณรัฐฯทำให้เชื่อว่าปีนี้ตลาดเครื่อง พิมพ์จะโตขึ้น 10% ขณะเดียวกัน เราจะเน้นทำตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น  เพราะความต้องการมีมากกว่าในกรุงเทพฯที่เริ่มอิ่มตัว  ตรงนี้เราจะเน้นเพิ่มช่องทางการจำหน่าย โดยเพิ่มดีลเลอร์เป็น 250  รายแล้วในปี 2009 จากเดิมที่มี 150 รายในปี 2008&#8243;</p>
<p>ธีรวุธให้รายละเอียดว่า สัดส่วนรายได้ของบราเดอร์จากพื้นที่กรุงเทพฯ  และต่างจังหวัดนั้นอยู่ที่ 60-40  แต่ปีนี้บราเดอร์ตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนเป็น 30-70  โดยสัดส่วนรายได้จากเครื่องพิมพ์อิงก์เจทและเลเซอร์อยู่ที่ 50-50</p>
<p>&#8220;ปีนี้เราจะเน้นเพิ่มไลน์สินค้าไปที่ระดับกลางและบน  ส่วนหนึ่งเพราะมองว่าตลาดคอร์ปอเรตจะโตกว่าตลาดคอนซูเมอร์ในปีนี้  เฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งของ  สพฐ.โครงการเดียวบราเดอร์ก็สามารถจำหน่ายเครื่องพิมพ์ได้หมื่นกว่าเครื่อง แล้ว&#8221;</p>
<p>ธีรวุธเชื่อว่าราคาเครื่องพิมพ์ในตลาดปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 2,500  บาทขึ้นไป  เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมีให้เห็นมากขึ้นคือเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้โดย ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (Direct Print)  และเครื่องพิมพ์ตระกูลประหยัดพลังงาน ทั้ง 2  เทรนด์นี้ทำให้บราเดอร์ปิงไอเดียแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งจะเริ่มภายในปีนี้</p>
<p><strong>เล็งส่งเครื่องพิมพ์พกพา<br />
</strong><br />
ผู้บริหารบราเดอร์ให้รายละเอียดสายผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เพียงเล็กน้อยว่า &#8220;โมบายพรินเตอร์&#8221;นี้จะใช้แบตเตอรี่ต่ำ ออกแบบให้พนักงานธุรกิจร้านอาหาร  ปั๊มน้ำมัน  รวมถึงเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าหรือการประปาสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ต่อ หน้าลูกค้า โดยยอมรับว่าตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดใหม่แต่ผู้เล่นในตลาดยังมีน้อย  เชื่อว่าจะเป็นช่องทางสำคัญของบราเดอร์ในอนาคต</p>
<p>ผลประกอบการของบราเดอร์ในปีที่ผ่านมาเติบโตในระดับเลขตัวเดียวต่ำ กว่า 5%  สามารถครองส่วนแบ่งในตลาดอิงก์เจ๊ตมัลติฟังก์ชันที่สามารถใช้เป็นโทรสารหรือ แฟกซ์ได้ 30% (อันดับ 1 ในตลาด)  ครองส่วนแบ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันได้ 24% (อันดับ 2 ในตลาด)</p>
<p><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/163/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“EIS” ใช้งานง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส</title>
		<link>http://www.tmsnotebook.com/archives/152</link>
		<comments>http://www.tmsnotebook.com/archives/152#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 15:50:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tmsnotebook.com/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[อีคาร์ทสตูดิโอในเครือล็อกซเล่ย์ อวดโฉมเทคโนลียีใหม่ล่าสุด “EIS” ระบบบริหารจัดการเครือข่ายข้อมูลบนแผนที่ออนไลน์ ใช้งานได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
       
       นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอ ผู้ให้บริการระบบแผนที่เพื่อการบริหารจัดการ ในเครือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสามารถพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อบริการจัดการเครือข่ายข้อมูลบนแผนที่ออนไลน์ หรือ EIS (Executive Information System) ให้ล้ำหน้าไปอีกระดับ โดยปัจจุบันสามารถใช้งานได้ด้วยระบบสัมผัส หรือ มัลติ ทัช (Multi Touch) ที่สามารถควบคุมการใช้งานแผนที่ ไม่ว่าจะซูม หรือเลื่อนภาพ ได้เพียงการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ซึ่งระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม Microsoft Silver Light 3.0 และล่าสุดได้รับเชิญไปจัดแสดงในงานเปิดตัวWindows 7 ของไมโครซอฟท์ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา ถือเป็นการอวดโฉมครั้งแรกก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า
       
       ระบบ EIS เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการข้อมูลบนระบบแผนที่ออนไลน์ และมีการเชื่อมโยงกับระบบมือถือผ่าน Windows Mobile เพื่อที่ให้ภาพรวมของเครือข่ายอย่างชัดเจนและรวดเร็วถูกต้อง สามารถผูกข้อมูลตำแหน่งต่างๆ เช่น จุดลูกค้า ร้านค้า คู่แข่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อีคาร์ทสตูดิโอในเครือล็อกซเล่ย์ อวดโฉมเทคโนลียีใหม่ล่าสุด “EIS” ระบบบริหารจัดการเครือข่ายข้อมูลบนแผนที่ออนไลน์ ใช้งานได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส</strong><br />
       <br />
       นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอ ผู้ให้บริการระบบแผนที่เพื่อการบริหารจัดการ ในเครือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสามารถพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อบริการจัดการเครือข่ายข้อมูลบนแผนที่ออนไลน์ หรือ EIS (Executive Information System) ให้ล้ำหน้าไปอีกระดับ โดยปัจจุบันสามารถใช้งานได้ด้วยระบบสัมผัส หรือ มัลติ ทัช (Multi Touch) ที่สามารถควบคุมการใช้งานแผนที่ ไม่ว่าจะซูม หรือเลื่อนภาพ ได้เพียงการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ซึ่งระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม Microsoft Silver Light 3.0 และล่าสุดได้รับเชิญไปจัดแสดงในงานเปิดตัวWindows 7 ของไมโครซอฟท์ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา ถือเป็นการอวดโฉมครั้งแรกก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า<br />
       <br />
       ระบบ EIS เป็นเครื่องมือการบริหารจัดการข้อมูลบนระบบแผนที่ออนไลน์ และมีการเชื่อมโยงกับระบบมือถือผ่าน Windows Mobile เพื่อที่ให้ภาพรวมของเครือข่ายอย่างชัดเจนและรวดเร็วถูกต้อง สามารถผูกข้อมูลตำแหน่งต่างๆ เช่น จุดลูกค้า ร้านค้า คู่แข่ง และกำหนดรูปแบบของข้อมูลตามความต้องการของลูกค้า ทั้งภาพและไฮเปอร์ลิงก์ เข้ากับระบบพิกัดสากล ที่มีความถูกต้องแม่นยำสูงอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tmsnotebook.com/archives/152/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
