Archive for ◊ February, 2009 ◊

  เอเซอร์จับเทรนด์เศษฐกิจวูบ เพิ่มบริการต่ออายุประกันคอมพิวเตอร์ให้ลูกค้าองค์กร และผู้ใช้ตามบ้าน จ้องเจาะนิคมอุตสาหกรรม ชลบุรี ระยอง อยุธยา ช่วยลดต้นทุน ซื้อเครื่องซ่อมเครื่องนอกประกัน พร้อมเพิ่มคุณภาพบริการ ออนไซท์เซอร์เอาใจลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ทุ่ม 10 ล้านเพิ่มฝีมือช่าง
       
       นายโสภณ ปานฉิม ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในสภาพเศรษฐกิจถดถอยส่งผลให้ลูกค้าผู้ใช้ตามบ้าน และลูกค้าองค์กร มีความต้องการต่ออายุประกันเครื่องคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงซื้อเครื่องและซ่อมเครื่องนอกประกันเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง เอเซอร์จึงหันมาเปิด เซอร์วิสแพคเกจประกันแก่ลูกค้าเพื่อสนองความต้องการ ปัจจุบันแพคเกจต่อประกันของเอเซอร์ไม่ต่ำกว่า 5 % ของราคาเครื่อง
       
       “ลูกค้าทั่วไปมีแนวโน้มต้องการเพิ่มอายุประกันเป็น 3 ปี จากเดิมบริษัทให้ประกันไว้ 1 ปี ส่วนลูกค้าองค์กรต้องการต่อประกันเป็น 4-5 ปี จากเดิม บริษัทให้ประกัน 3 ปี “นายโสภณกล่าว
       
       อย่างไรก็ดีเพื่อสนับสนุนความต้องการลูกค้า บริษัทจะเน้นเข้าไปเสนอบริการต่อประกันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ ระยอง ชลบุรี และอยุธยา  เพราะลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยตรง จึงไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่าย จากการจัดซื้อและซ่อมเครื่องใหม่
       
       นายโสภณ กล่าวต่อว่า ในปีนี้ เอเซอร์แคร์ จะเน้นการบริการหลังการขายแก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มคุณภาพ บริการด้าน ออนไซท์ เซอร์วิส ไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กร และคอนซูเมอร์ ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ เดสก์ท็อป ตลอด 7 วัน ใน 24 ชั่วโมง สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ซื้อบริการเสริม ปัจจุบันเอเซอร์มีจุดแข็งด้านบริการให้เครื่องทดแทนแก่ลูกค้าเมื่อส่งซ่อมเครื่อง
       
       “เราจะมีช่างคอมพิวเตอร์เข้าไปให้บริการลูกค้าตามโครงการใหญ่ ตั้งแต่  2- 10 คน ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งช่างเข้าไปดูแลลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล ธนาคาร มหาวิทยาลัย ปตท. การไฟฟ้าได้รับผลตอบรับที่ดี ในปีนี้จะขยายบริการลักษณะดังกล่าวออกไปยังกลุ่มลูกค้าราชการ โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติม”นายโสภณกล่าว
       
       ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการขยายบริการออนไซท์ เซอร์วิส บริษัทได้เพิ่มพนักงาน เป็น 400 คน ในปีนี้ พร้อมจัดสรรงบประมาณ จำนวน 10 ล้านบาท สำหรับอบรมเพิ่มฝีมือช่าง  และยังได้แต่ตั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์  100 ร้านค้า ภายใต้ชื่อศูนย์ AASC เพื่อเพิ่มจุดให้บริการในส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้น และยังมีบริการโฮม เดลิเวอร์รี่ ในเขตกรุงเทพและ ปริมณฑลสำหรับลูก คอนซูเมอร์ เดสก์ท็อป และเพิ่มบริการแอนติไวรัส สำหรับลูกค้าองค์กรอีกด้วย
       
       สำหรับปัจจุบัน เอเซอร์มีศูนย์บริการลูกค้าทั้งหมด 16 แห่ง แบ่งเป็นเขตกรุงเทพ 7 แห่ง และในต่างจังหวัดอีก 9 แห่ง ในปีนี้ เซอร์แคร์ จะเพิ่มการขายบริการเสริมของเอเซอร์เพื่อเพิ่มรายได้และทางเลือกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น และเอเซอร์ จะไม่เน้นขายแบรนด์ตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นขายแบนด์อื่นเพิ่มเติม อย่าง แบรนด์ เกตเวย์ และ อีแมชชีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

“คอปเปอร์ไวร์ด (Copperwired)” ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลอย่างเป็นทางการระดับ Premium Reseller มั่นใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเบอร์หนึ่งในแง่การนำเสนอผลิตภัณฑ์แอปเปิลได้ดีเหนือรายใหญ่อย่างคอมเซเว่น ระบุแม้ขณะนี้ยอดขายจะน้อยกว่าแต่เชื่อว่ารูปการณ์จะเปลี่ยนไปในปีนี้ เชื่อการขยายสาขาจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้ยอดขายเติบโตแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์
       
       นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสขยายร้าน iStudio by copperwired @ CentralWorld ว่ายอดขายของคอปเปอร์ไวร์ดในปี 2008 ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเติบโตราว 25 เปอร์เซ็นต์จากปี 2007 น้อยกว่าเป้าหมายเติบโตที่ประมาณไว้ 30 เปอร์เซ็นต์ และน้อยกว่ายอดเติบโตปี 2007 ซึ่งเติบโตไป 40 เปอร์เซ็นต์
       
       “ที่เติบโตน้อยกว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง และการเมืองด้วย หนึ่งคือเพราะบรรยากาศไม่ดี ผู้บริโภครู้สึกเบื่อ จับจ่ายแบบไม่มีความสุข สองคือรัฐบาลมัวแต่ทะเลาะกัน ไม่มีนโยบายพัฒนาชัดเจน สามคือนักท่องเที่ยวไม่มี ตรงนี้กระทบมากเพราะนักท่องเที่ยวเป็นตัวสร้างรายได้หลัก สัดส่วนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์”
       
       ปรเมศร์บอกว่าการซบเซาทำให้คอปเปอร์ไวร์ดมีเวลาขยายกิจการเพื่อรองรับลูกค้า โดยมั่นใจว่าการขยายร้านจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายของคอปเปอร์ไวร์ดเติบโตเป็นตัวแทนจำหน่ายเบอร์หนึ่งได้ในปีนี้
       
       “เรามั่นใจว่าเราเป็นเบอร์หนึ่งในแง่ของ Innovation มั่นใจว่าเป็นตัวนำเสนอสินค้าแอปเปิลได้ดีที่สุด ยอดขายเราอาจจะน้อยกว่าคอมเซเว่น แต่เชื่อว่ามันจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต เราพยายามทำให้บรรยากาศร้านมีความ Friendly เหมือนเอาเด็กมาขายของเล่น พนักงานทำงานด้วยความสนุก”
       
       การขยายพื้นที่ให้บริการที่เซ็นทรัลเวิร์ลครั้งนี้ของคอปเปอร์ไวร์ดทำให้ร้าน iStudio มีพื้นที่ถึง 500 ตารางเมตร ถือว่าใหญ่ติดอันดับที่สุดในประเทศไทย จุดนี้ปรเมศร์บอกว่าที่คิดลงทุนในสภาพเศรษฐกิจขณะนี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่การแข่งขันต่ำ เหมาะกับการลงทุน เหตุที่เลือกห้างหรูใจกลางเมืองอย่างเซ็นทรัลเวิร์ลเป็นพื้นที่ลงทุนเพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่ของกลุ่มเป้าหมายของแอปเปิล
       
       “หนึ่งคือเรารู้จักสินค้าของเราดี มั่นใจว่าเหมาะกับกลุ่มตลาดแบบไหน เราจะไม่ดึงลูกค้าเข้ามาหาเรา แต่เราจะเข้าไปที่ที่ลูกค้าของเราอยู่ สาขาแรกที่เราเปิดคือที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ต่อมาก็เป็นพารากอน แล้วก็มาที่เซ็นทรัลเวิร์ล แล้วก็ที่เจเอเวนิว เรามองสถานที่ที่คนอื่นไม่ได้มอง ทุนในการขยายร้านเหล่านี้เบ็ดเสร็จผมว่ามากกว่า 100 ล้านบาท เตรียมจะเปิดสาขาใหม่ที่ Digital City ในกลางปีนี้”
       
       Digital City เป็นโครงการแหล่งชอปปิ้ง ค้าขายสินค้าเทคโนโลยีทันสมัยของ”เจริญ สิริวัฒนภักดี” บริเวณที่ตั้งอดีตเซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ บนงบประมาณการก่อสร้างสูงถึง 289 ล้านบาท
       
       ปรเมศร์บอกว่ายอดจำหน่ายสินค้าแบรนด์แอปเปิลอันดับหนึ่งในแง่ของจำนวนเครื่องคือเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด รองลงมาคือคอมพิวเตอร์พกพาแมคบุ็ก ตามมาด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไอแมค สำหรับไอโฟนเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการเติบโต โดยยอมรับว่าจะได้รับผลกระทบแน่นอนจากตลาดค้าไอโฟนเถื่อน
       
       ”เราขายไอโฟนโดยได้รับอนุญาตจากทรู ไม่ได้จำหน่ายเองโดยตรง ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดมากที่ทำให้ตลาดไม่ขยายตัว หนึ่งคือเพราะผู้ซื้อต้องสั่งซื้อเครื่องทางเว็บไซต์แล้วมารับที่ร้านเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าทรูยังต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้ตลาดไอโฟนขยายตัวได้อีก เราไม่ได้รับเคลมไอโฟน ต้องเคลมกับทางทรู”
       
       สำหรับ iStudio by copperwired @ CentralWorld จะมีพื้นที่ให้บริการลูกค้าทั้งในส่วนของการเรียนรู้ การทดลองใช้งาน และการแก้ไขปัญหา-ซ่อมบำรุง ในจดหมายประชาสัมพันธ์ระบุว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพให้คำแนะนำตลอดทั้งวัน มีการแนะนำเทคนิคลูกเล่นใหม่ ครอบคลุมทั้งงานภาพและงานเพลง
       
       “เราจะไม่เน้นการทำแคมเปญใหญ่ ปรับราคา แต่เราต้องการทำให้ลูกค้าอยู่แล้ว Happy”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์