Archive for ◊ January, 2009 ◊

ปีใหม่หลายคนอาจจะมีโปรเจกต์ใหม่จนล้นมือ ทำให้เวลาว่างในการท่องเว็บไซต์เปิดโลกกว้างต่างๆ ก็หดหายไป และเชื่อว่าคุณต้องเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าเปิดเว็บแล้วไปเจอบทความน่าสนใจ แต่ก็ยาวเสียเหลือเกินจะอ่านในเวลางาน ครั้นจะบันทึกเป็นเว็บโปรด (favorites) เก็บไว้ ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ “หาไม่เจอ” ว่าไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว…
       
       อารมณ์ของคนที่หลงใหลข้อมูลข่าวสารแบบนี้ มันก็จะพอมีทางสนอง “Need” อยู่ และทางที่เลือกมาแนะนำนี้มันก็ “เจ๋ง” เอาการเสียด้วย เพราะไม่เพียงแต่ที่คุณจะเก็บเว็บโปรดได้เป็นที่เป็นทางแล้ว คุณยังสามารถอ่านมันเวลาไหนก็ได้บนมือถือของคุณเอง ทุกที่ที่ต้องการ และทุกอย่างที่ว่ามานี้ “laterloop” เสิร์ฟคุณได้หมด!
       

       laterloop คือ เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณสามารถ “เก็บ” เนื้อหาที่อยู่ในหน้าเว็บหนึ่งๆ ของเว็บไซต์ใดๆ ก็ได้ ไม่ว่าเว็บนั้นจะเป็นภาษาใด ด้วยการกดปุ่มแค่ปุ่มเดียวบนโปรแกรมเปิดเว็บของคุณ และเมื่อบันทึกไว้แล้ว เมื่อใดที่คุณว่างก็สามารถเข้าไปอ่านเนื้อหาของเว็บเพจนั้นๆ จากทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือก็ได้
       
       จุดเด่นของ laterloop ที่เหนือจากเว็บไซต์ที่ให้บริการ “เก็บเว็บ” อื่นๆ ก็คือ มีการใช้งานที่เรียบง่าย และที่สำคัญเมื่อคุณเข้าอ่านเว็บเพจที่เก็บไว้จากมือถือ ระบบจะทำการดึงเอา”เฉพาะเนื้อหาและรูปภาพประกอบ” ของหน้าเว็บเพจนั้นมาแสดง (ไม่ดึงเอาตาราง หรือโค้ดต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังเว็บเพจนั้นเข้ามาด้วย) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันมีการแปลงหน้าเว็บเพจนั้นให้เหมาะสมกับการอ่านบนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ
       
       ทั้งนี้ก็เพื่อการดาวน์โหลดที่รวดเร็ว และประหยัดเงินขณะออนไลน์ผ่านมือถือนั่นเอง (ค่ารับ-ส่งข้อมูลผ่านมือถือด้วยระบบ GPRS/EDGE โดยทั่วไปจะคิดเป็นนาทีละ 1 บาท)
       

       และโทรศัพท์มือถือที่รองรับการอ่านข้อมูลจาก laterloop ก็คือโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้
       

       
       3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเก็บเนื้อหาบนเว็บด้วย laterloop
       
       1. สมัครสมาชิก ที่นี่ จะมีรูปแบบการสมัครสมาชิก 2 อย่าง ดังนี้
       
       1.1 ถ้าคุณเป็นสมาชิกจีเมล (Gmail) หรือ ระบบอีเมลของกูเกิลอยู่แล้ว ก็เพียงกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของจีเมลลงไปได้เลย
       
       1.2 ถ้าคุณไม่มีบัญชีของจีเมล ก็สมัครสมาชิกจากทางเว็บแบบปกติได้
       
       2. สำรวจว่าโปรแกรมเปิดเว็บหรือเว็บเบราว์เซอร์ของคุณใช้ค่ายไหน? แล้วจึงลงมือติดตั้ง “ปุ่มเก็บเว็บ หรือ Bookmarklet” (ที่เขียนว่า Save for later หรือเป็นโลโก้ของ laterloop) ที่เหมาะสมกัน ไปติดไว้บนแถบเครื่องมือด้านบนของเว็บเบราว์เซอร์
       
       สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ (IE) ก็ต้องโหลดโปรแกรม “ปุ่มเก็บเว็บ ” (ขนาดเพียง 77 กิโลไบต์) ที่นี่  จากนั้นก็จะมีการเปิดหน้าเว็บขึ้นมาใหม่ให้คุณอัตโนมัติ คุณก็เพียงเข้าสู่ระบบโดยใช้ชื่อบัญชีที่สมัครไว้ในตอนแรก
       
       สำหรับผู้ใช้เบราว์เซอร์ของไฟร์ฟอกซ์ และ กูเกิลโครม ให้เข้าไปหน้าเพจนี้  แล้ว “ลาก” ปุ่ม “Save for later” ไป “แปะ” ที่แถบเครื่องมือด้านบนของเบราว์เซอร์ได้เลย
       
       หมายเหตุ อย่าลืมว่าหลังจากติดตั้งปุ่มแล้ว ลองปิดแล้วเปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมาอีกครั้งก่อนใช้งาน
       
       3. ลองเข้าเว็บไซต์ผู้จัดการ (หรือเว็บไซต์ใดๆ ก็ได้) เมื่อเจอหน้าเพจที่มีเนื้อหาที่ตนสนใจ และอยากเก็บไว้อ่านทีหลังบนมือถือ ก็เพียงกดปุ่ม “Save for later” ที่ด้านบนเบราว์เซอร์ได้เลย คุณจะสังเกตว่า ตัวเบราว์เซอร์จะมีฉากสีขาวลอยทับขึ้นมาที่หน้าเพจนั้น ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกให้คุณทราบว่าได้ทำการบันทึกเว็บเพจนี้เข้าไปยังระบบของ laterloop แล้ว
       
       การอ่าน “เว็บที่เก็บไว้” บนโทรศัพท์มือถือต้องทำอย่างไร?
       
       1 สำหรับมือถือทั่วไป เข้าเมนู “อินเทอร์เน็ต” จากนั้นก็พิมพ์ที่อยู่ http://m.laterloop.com
       
       สำหรับไอโฟน (iPhone) ก็เข้าเมนู “ซาฟารี (Safari) จากนั้นก็พิมพ์ที่อยู่ http://i.laterloop.com
       
       จากนั้นก็พิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบ แล้วก็เลือกชื่อของเว็บเพจที่คุณเก็บไว้ กดปุ่ม txt ที่อยู่ด้านหน้าแต่ละรายชื่อเว็บเพจ ก็จะเปิดเป็นเนื้อหาของเว็บนั้นให้คุณอ่านได้ทันที
       
       
       ถ้าอ่าน “เว็บที่เก็บไว้” บนคอมพิวเตอร์ต้องทำอย่างไร?

       
       ก็เพียงเข้าสู่ระบบเช่นกัน แล้วคลิกแต่ละลิงก์ที่ต้องการ ก็จะเปิดหน้าเว็บเพจนั้นๆ ขึ้นมาทันที แต่ถ้าคุณต้องการอ่านเนื้อหาเพียงอย่างเดียว และต้องการความไวในการเปิดอ่าน ก็เพียงกดปุ่ม “text only” ได้เลย ก็จะมีแต่เนื้อหาแสดงขึ้นมา ไม่ต่างจากการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ
       
       
       ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างของ laterloop คือการติดดาวเว็บที่ชอบ

       
       ทั้งบนเว็บและบนมือถือ เมื่อคุณอ่านเนื้อหาจากเว็บใดๆ ที่เก็บไว้ แล้วรู้สึกชอบ อยากให้ดาวเพื่อความสะดวกในการค้นหาทีหลัง ก็เพียงกดปุ่มดาว (Star) ที่อยู่ติดกับแต่ละชื่อของเว็บเพจนั้นๆ และที่พิเศษสุดๆ ก็คือ หากคุณทำการติดดาวเว็บใดๆ ขณะที่อ่านจากมือถือ จะมีระบบแจ้งไปยังอีเมลของคุณว่า คุณได้ทำการติดดาวเว็บนี้ด้วย เหมือนเป็นการเตือนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าให้มีระบบนี้ได้โดยเข้าไปที่ “setting” และเลือกติ๊กถูกช่องที่ 2 ที่เขียนว่า “Send me an email when I star a link on my phone” และกดปุ่ม “Save”
       

       และหากเนื้อหาเว็บใดที่คุณอ่านแล้ว และไม่ต้องการที่จะเก็บไว้อีกก็เพียงกดปุ่ม “delete” แต่ถ้าเนื้อหาใดที่คุณอ่านแล้วและไม่ได้ลบออก เมื่อวันเวลาผ่านไปก็จะถูกนำไปเก็บไว้ที่คลังข้อมูล (Archive) และส่วนเนื้อหาใดๆ ที่คุณทำการติดดาวเอาไว้ ก็จะถูกรวมกันอยู่ที่หมวดหมู่ของการติดดาว (Star)
       

       จริงๆ แล้ว laterloop ยังมีความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ การบีบอัดไฟล์ลิงก์ที่เก็บไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปอ่านขณะที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Read Offline) และการดึงเอาเนื้อหาจากเว็บต่างๆ ผ่านระบบฟีด (RSS Feed) มาเก็บไว้ แต่ผู้เขียนคิดว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง จึงขออนุญาตไม่แนะนำในบทความนี้
       
       ข้อดี
       
       * ใช้งานได้รวดเร็ว
       
       * ใช้งานได้กับเว็บไซต์ทุกภาษา
       
       * ใช้งานได้กับมือถือทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ
       
       * เว็บไซต์มีการออกแบบเรียบง่าย และเมนูไม่ซับซ้อน รวมถึงวิธีการติดปุ่มเก็บเว็บ ก็ทำง่ายเพียงแค่ลากไปติด เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
       
       เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ laterloop
       

       laterloop เป็นอีกหนึ่งบริษัทจากเยอรมัน โดยมีนักพัฒนาเว็บชื่อ Gregor Hochmuth ผู้เคยสร้างผลงานอันโด่งดังกับเว็บ Mento ที่ใช้สำหรับแบ่งปันลิงก์เว็บไซต์ให้เพื่อนด้วยวิธีง่าย ๆ (เข้าไปดูผลงานทั้งหมดของเขาได้ที่นี่ ) และที่เว็บไซต์ laterloop สามารถใช้บัญชีจีเมลในการเข้าสู่ระบบได้ก็เพราะตัวโปรแกรมของ laterloop ใช้การพัฒนาจาก Google App Engine ของกูเกิลนั่นเอง
       
       มาถึงตอนนี้ใครที่กำลังจะไปต่างประเทศที่ต้องรอเช็กอินยาวๆ หรือวางแผนไปพักร้อนนานๆ กลัวที่จะไม่ได้อัปเดตข่าวเด่น หรือบทวิเคราะห์จาก ASTVผู้จัดการ หรืออ่านกระทู้แนะนำจากพันทิพ และเว็บไซต์อื่นๆ ก็อย่าลืมใช้บริการจาก laterloop ดูสักครั้ง คุณจะติดหนึบแน่ๆ เพราะมันเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ไม่นิยมพกหนังสือติดตัว แต่แค่หยิบมือถือขึ้นมา ก็เข้าอ่านเนื้อหาที่คุณโปรดประดับความรู้แบบ “On the go” ได้ตลอดเวลา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

 ดิแอสไพเรอร์ส กรุ๊ป ทุ่มงบกว่า 25 ล้านบาท จัดงาน “ComWorld PhotoWorld 2009″ ที่สยามพารากอนกระตุ้นตลาดไอทีช่วงวันวาเลน์ไทน์ 12 – 15 กุมภาพันธ์นี้ เน้นกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาเป็นหลัก พร้อมจัดโปรฯคืนเงิน 10% คาดเงินสะพัดกว่า 1,200 ล้านบาท
       
       นายวิโรจน์ อัศวรังสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า ไม่ได้มุ่งเน้นที่ผลกำไรเป็นหลัก แต่จะเน้นให้ตลาดไอทีมีการขับเคลื่อนให้ผู้ค้าได้มีโอกาสจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น เพื่อที่จะได้กระตุ้นภาพรวมเศรษรฐกิจทั้งหมด เชื่อว่าแท้จริงแล้วผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อ เพียงแต่ชะลอการตัดสินใจซื้อนอกจากจะเห็นว่าโปรโมชันคุ้มจริงๆ ถึงจะยอมจับจ่ายใช้สอย
       
       “ปัญหาด้านเศษฐกิจในปีนี้จะต่างจากในช่วงปี 2540 เนื่องจากในขณะนั้นผู้คนยังไม่ทันระวังตัว ซึ่งวิกฤตการณ์ในครั้งนี้บริษัทไอทีต่างๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะหาโอกาสในการแก้วิกฤตอย่างไร ดังนั้นแม้การจัดงานจะเป็นการสวนกระแสเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะทำให้ผู้บริโภคเกิดการจับจ่ายใช้สอยเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”
       
       นายวิโรจน์ ยังพูดถึงการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในส่วนของนักเรียน นักศึกษาว่า เนื่องจากเมื่อก่อนกลุ่มเป้าหมายของงาน คอมเวิลด์และโฟโต้เวิลด์จะอยู่ที่ลูกค้าที่มาเดินสยามพารากอน ซึ่งในจุดนี้นักเรียน นักศึกษายังไม่ค่อยมีมากเท่าที่ควร จึงได้กระจายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นโดยการประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันกวดวิชาต่างๆ มุ่งให้นักเรียน นักศึกษาได้รับรู้ถึงโปรโมชันก่อนที่จะมีงาน เพื่อที่จะได้ปรึกษาผู้ปกครองก่อนตัดสินใจซื้อ
       
       ”กลุ่มนักเรียน นักศึกษายังคงเป็นผู้บริโภคสำคัญในส่วนของสินค้าเทคโนโลยี นอกจากกลุ่มลูกค้าองค์กรซึ่งในขณะนี้จะชะลอซื้อ กลับกันในส่วนของนักเรียน นักศึกษา จะไม่สามารถชะลอการซื้อได้ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ในการเรียน ดังนั้นจึงมีการจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ซื้อโน้ตบุ๊กจะได้รับคูปองเงินสดคืน 10% ของราคาสินค้าแต่ไม่เกิน 2,000 บาท เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอย่างคุ้มค่า”
       
       ในส่วนของบุคคลทั่วไปจะได้รับสิทธิในการซื้อเน็ตบุ๊กแถมเครื่องอ่านดีวีดีแบบพกพา (External dvd) หรือ ซื้อโน้ตบุ๊กแถมฮาร์ดไดรฟ์แบบพกพา (External Hard Drive) จำนวนจำกัดเหมือนเช่นในครั้งที่ผ่านมา ส่วนของงานโฟโต้เวิลด์เมื่อซื้อกล้องดิจิตอล ทุกรุ่นในงานจะได้รับคูปองเงินสด 10% ของสินค้าคืนแต่ไม่เกิน 2,000 บาทเช่นเดียวกัน
       

       ด้านเทรนด์ของสินค้าไอทีในปีนี้ จะเป็นเรื่องของ “7 Effects” ที่เกิดจากเทคโนโลยีหลักคือ 1. วินโดวส์ เซเว่น ที่ทางไมโครซอฟท์ได้ออกตัวทดลองมาให้ได้ใช้กันแล้วซึ่งในงานจะมีการสาธิตวิธีการใช้งานด้วย 2.คอร์ ไอเซเว่น ซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดจากอินเทลที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งล่าสุดทางอินเทลได้มีการประกาศลดราคาซีพียูลง 40% – 50% ดังนั้น ราคาสินค้าที่ใช้ซีพียูของอินเทล อาจจะมีการปรับลด หรือ ราคาเท่าเดิมในสเปกที่ดีขึ้น 3.หน้าจอสัมผัส ตั้งแต่ระบบมัลติทัชเกิดขึ้นในโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดทางเอชพีได้มีการเปิดตัวคอมพิวเตอร์หน้าจอสัมผัสที่เป็นระบบมัลติทัช ทำให้เห็นได้ว่าในปีนี้ สินค้าไอทีจะเพิ่มลูกเล่นในระบบมัลติทัชมากยิ่งขึ้น
       
       4.HDMI/HDTV คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ จะรองรับการใช้งานในระบบดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันเรื่องของภาพและเสียงได้ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนที่พูดถึงกันง่ายที่สุด ดังนั้นการใช้งานระบบไฮเดฟฟิเนชัน จึงจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น 5.Solid State Drive (SSD) หน่วยความจำแบบSSD จะเข้ามาแทนที่ฮาร์ดดิสก์ในโน้ตบุ๊ก เนื่องจากใช้ไฟน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ถึง 100 เท่า และมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลดีกว่า ล่าสุดเช่นเดียวกันทาง แซนดิสก์ (Sandisk) ผู้ผลิตSSD รายใหญ่ได้ประกาศลดราคา SSD ขนาด 256GB จากเดิม 1,000 เหรียญสหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐ 6.ไวเลส 7.ไวแม็กซ์ เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนใหม่ได้ให้นโยบายไว้ว่าจะทำให้กรุงเทพฯสามารถใช้ไวแมกซ์ได้
       
       โดยเทคโนโลยีที่คาดว่าเข้ามาแล้วจะทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อสินค้าใหม่น่าจะเป็นเทคโนโลยีไวแมกซ์เนื่องจากต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ในการรับสัญญาณ ดังนั้นเมื่อไวแมกซ์เข้ามาจะทำให้ตลาดของสินค้าไอที เติบโตขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ตลาดของกล้องดิจิตอลก็มีอัตราการเติบโตมากขึ้น โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้วตลาดรวมของกล้องในประเทศไทยโตขึ้นจาก 90,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันขึ้นมาเป็น 900,000 ตัว และคาดว่าจะขึ้นไปถึง 1.2 ล้านตัวภายในสินปีนี้
       
       สำหรับในปีนี้ทางดิ แอสไพเรอร์ส เตรียมที่จะจัดงาน “Pix Photo Expo” เพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี จากปกติที่จัดงานในช่วงต้นปีและปลายปีเท่านั้น นอกจากนี้ ดิ แอสไพเรอร์ส ยังวางแผนที่การทำตลาดผ่าน อี-คอมเมิสซ์ ร่วมกับผู้จำหน่ายหลายๆแบรนด์ในการจัดงาน “Comworld On Demand” โดยใช้ฐานลูกค้าจากในงานที่จะได้รับบัตร “คอมเวิลด์ พริวิลเลจ” ในการแจ้งข่าวสารรวมไปถึงโปรโมชันน่าสนใจกับสินค้าใหม่ๆที่แต่ละแบรนด์จะนำเข้ามาจำหน่าย ซึ่งอาจจะจัดเป็นงานเล็กๆให้ผู้ที่สนใจในสินค้าชิ้นนั้นๆมาร่วมทำกิจกรรมกัน โดยจะใช้กลยุทธ์การจองผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ได้ยอดจำหน่ายที่แน่นอนให้ผู้ค้าสามารถกำหนด จำนวนสินค้าที่จะนำมาขายในงานได้ ซึ่งถือว่าเป็น วิน-วิน ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภคที่จะได้โปรโมชันพิเศษ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์