Archive for the Category ◊ ข่าวสาร ◊

ไอบีเอ็มเปิดตัวชิป “พาวเวอร์เซเว่น (Power7)” ในประเทศไทยก่อนใครในอาเซียน ระบุเพราะตลาดเซิร์ฟเวอร์ประเทศไทยแข็งแกร่งที่สุด ย้ำว่าแม้ไอบีเอ็มจะยังสามารถทำตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปพาวเวอร์ซิกซ์ (Power 6) ได้ดีอยู่ แต่การเปิดตัวพาวเวอร์เซเว่นนั้นทำไปเพื่อให้ลูกค้าไอบีเอ็มสามารถลดค่าใช้ จ่าย ลดการใช้พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการก้าวไปสู่ยุคแห่งคลาวด์คอมพิวติ้งในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ไอบีเอ็มเปิดตัวชิปพาวเวอร์เซเว่นนี้ในงานไอบีเอ็มเทคโนโลยีซิมโป เซียม 2010 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด การันตีว่าพาวเวอร์เซเว่นเป็นชิปสำหรับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะกับ งานทุกประเภท ทั้งงานจัดการระบบธุรกิจ ERP, งานวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงหรือ HPC ด้านวิทยาศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานการวิจัยต่างๆ, งานให้บริการระบบทรานเคชัน ฯลฯ

“เราค่อนข้างมั่นใจ เมื่อรวมกับการฝึกอบรม การให้บริการหลังการขาย เชื่อว่านี่คือตัวชูธง พาวเวอร์เซเว่นจะทำให้ไอบีเอ็มมองตลาดได้มากขึ้น และทำให้เรามี่ความครบวงจรยิ่งขึ้น”

ไอบีเอ็มให้ข้อมูลว่า ชิปพาวเวอร์เซเว่นมีแกน ประมวลผลสูงสุด 8 คอร์ แต่ละคอร์สามารถรันงานได้พร้อมกัน 4 งาน เบ็ดเสร็จสามารถรันงานได้พร้อมกันถึง 32 งาน รันที่ความเร็ว 3.03-4.14 กิกะเฮิร์ตซ์ เร็วและแรงกว่าชิปรุ่นเก่าอย่างพาวเวอร์ซิกซ์ถึง 4 เท่า มาพร้อม แคช on-chip L3 สามารถประมวลผลงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจได้สูง 8.4 เทราฟล็อป (8.4 ล้านล้านคำสั่ง) ใช้เทคโนโลยีในการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร (มีให้เลือกแบบรุ่น 4 และ 6 คอร์ด้วย)

“เทียบกับพาวเวอร์ซิกส์ เซเว่นจะดีขึ้น 4 เท่าแต่ลงทุนน้อยกว่า 2 เท่า ตอนนี้เวิร์กโหลดประเภทไหนก็ไม่กลัว จะทรานเซคชันเยอะขนาดไหนก็ได้ คิดว่าธุรกิจการเงิน โทรคมนาคม และบริษัทที่ทำอินฟราสตรักเจอร์ต่างๆ ซึ่งต้องมีระบบจดจำข้อมูลตลอดเวลาจะเป็นกลุ่มตลาดหลักของพาวเวอร์เซเว่น ปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ต้องบันทึกข้อมูลทุก 15 นาทีต่อเนื่อง ตรงนี้จะเป็นเทรนด์ ทุกอย่างจะเป็นเซ็นเซอร์ ทุกอย่างจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพาวเวอร์เซเว่นรองรับได้”

ฟีเจอร์สำคัญของพาวเวอร์เซเว่นที่ธนพงษ์เชื่อ ว่าจะเป็นที่ต้องการของธุรกิจ คือโหมดการทำงาน TurboCore ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์บางประเภทลงได้

“มันจะเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วแต่ลดจำนวนคอร์ที่ใช้งานอยู่ลง จะทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากบริษัทซอฟต์แวร์ประเภทฐานข้อมูลมักจะ คิดจากจำนวนคอร์ประมวลผลที่ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ไม่มีใครมี”

เพื่อทำตลาดพาวเวอร์เซเว่น ไอบีเอ็มจึงเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปพาวเวอร์เพิ่ม 4 รุ่น ทั้งหมดเป็นรุ่นระดับกลาง และไอบีเอ็มมีแผนเปิดตัวระดับล่างและบนในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า

“IBM Power 780 คือรุ่นท็อปของระดับมิดเอนด์ สำหรับบริษัทที่ไม่ต้องการโหมด TurboCore เพราะต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์ตามจำนวนผู้ใช้อยู่แล้ว ก็สามารถเลือก Power 770 แทน ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมพาวเวอร์เซเว่นที่มีคอร์รวมกันทั้งหมดสูงสุด 64 คอร์ ระดับกลางลงมาของมิดเอนด์คือ IBM Power 755 และ 750 ซึ่งรองรับคอร์ของพาวเวอร์เซเว่นได้ 32 คอร์”

ธนพงษ์เชื่อว่ารุ่น 750 จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ตัวหลักหรือเมนสตรีมที่ไอบีเอ็มจะสามารถจำหน่ายได้ในอนาคต

“ทิศทางตลาดเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว เทคโนโลยีก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ความคุ้มค่าก็เพิ่มขึ้น และการใช้งานก็เพิ่มอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะมีความพร้อมในการสร้างระบบเพื่อให้บริการได้ก่อน อย่าลืมว่าลูกค้าต้องแข่งขัน ทางจะแข่งได้คือต้องเร็ว ปัญหาของไอบีเอ็มตอนนี้คือทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้ ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มวิ่งอีกครั้ง ทั้งที่ภาพรวมธุรกิจยังไม่ได้เติบโตรุนแรง แต่เราก็ต้องสร้างธุรกิจไปด้วย”

ธนพงษ์ระบุว่าไอบีเอ็มไม่มีแผนรับมือการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง ซันและออราเคิล และหากเป็นไปตามวงจรการพัฒนาปกติ ชิป Power 8 รุ่นต่อไปของไอบีเอ็มจะสามารถเปิดตัวใน 2-3 ปีข้างหน้า

“ไอบีเอ็มไม่เคยเตรียมรับมือ ลุยตลอด คู่แข่งคือคู่แข่ง แต่ที่เรามองคือไอบีเอ็มพร้อม ยุคนี้เป็นยุคที่ไอบีเอ็มพร้อมมากๆ”

ธนพงษ์ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดเซิร์ฟเวอร์ของไอบีเอ็มในประเทศไทยช่วงไตรมาส 3 ของปี 2009 คิดเป็น 51.7% เป็นการครองอันดับ 1 มาติดต่อกัน 6 ไตรมาส โดยประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไอบีเอ็มมองว่ามีความเข้มแข็งที่ สุด จึงประเดิมเปิดตัวพาวเวอร์เซเว่นก่อนใครในภูมิภาค

ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอชพีมั่นใจปีนี้โตเหนือตลาด เผยไอดีซีชี้ตลาดคอมพิวเตอร์โตราว 15-20% โน้ตบุ๊คมาแรงโต 20% ระบุปีนี้มินิโน้ตบุ๊คกลับมามีสีสัน เพราะราคาต่ำลง ส่งผลสร้างความต่างจากราคาโน้ตบุ๊คชัดเจน ลั่นรักษาความเป็นผู้นำเทคโนโลยีทัชสมาร์ท ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่นเขย่าตลาดรับปีเสือ

นายพงศ์ธวัช พิเชฐเลอมานวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ชันแนล ซิสเต็มส์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชพี กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินค้าไอทีปีนี้น่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น เนื่อง จากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวประกอบกับมีเทคโนโลยีใหม่ อาทิระบบปฎิบัติการณ์วินโดว์7และฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดให้มีความต้องการสูงขึ้นโดยไอดีซีคาดการณ์ภาพรวมตลาด ว่าสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 20%หรือคิดเป็น 1.8 ล้านเครื่อง ส่วนคอมพิวเตอร์เดสท้อปมีแนวโน้มเติบโต7-10% หรือ 9.7แสนเครื่อง ส่งผลให้ตลาดรวมคอมพิวเตอร์ปีนี้จะเติบโต15-20% หรือ 2.7 ล้านเครื่อง

ตลาดที่คาดว่าจะมาเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ได้แก่ ตลาดกลุ่มการศึกษา ตามด้วยกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือ SME และสุดท้ายเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป

อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าตลาดจะเกิดผลกระทบจาก ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะการเมืองหรือไม่ แต่เบื้องต้นประเมินว่าหากเกิดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเชื่อว่าลูกค้ากลุ่ม องค์กรและภาครัฐจะไม่มีผลกระทบมากนักเนื่องจากมีงบประมาณที่ถูกจัดสรรเพื่อ ไอทีอยู่แล้วส่วนลูกค้าทั่วไปในระยะแรกจะมีผลกระทบแต่ทันทีที่เหตุการณ์เข้า สู่สภาวะปกติลูกค้าทั่วไปจะกลับมาใช้จ่ายเหมือนเดิม

สำหรับเอชพีปีนี้ยังคงตั้งเป้าว่าจะเติบโตกว่าตลาดรวม โดยจะมุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาด 3 ด้าน ได้แก่ 1.สินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมี ประสิทธิภาพและทุกกลุ่มการใช้งาน 2.สร้างประสบการณ์การใช้งานให้แก่ลูกค้า โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการเข้าไปสร้างประสบการณ์สินค้าไปยังโรงเรียน สถาบันการศึกษาต่างๆรวมถึงตกแต่งร้านค้ามีความน่าสนใจขึ้น 3.เน้นสินค้าที่เป็นดิจิตอลมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโน้ต บุ๊คได้หลากหลายขึ้น โดยร่วมกับพันธมิตรกลุ่มบันเทิง อาทิ ยูนิเวรอ์ซัล มิวสิค ให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดเพลงฟรี เป็นต้น

ทั้งนี้สำหรับปีนี้เอชพียังจะเน้นสินค้าประเภทโน้ตบุ๊คเป็นหลัก ตามด้วยสินค้าประเภทมินิโน้ต และคอมพิวเตอร์เดสท้อป โดยเน้นการจะนำเทคโนโลยีทัชสมาร์ทซึ่งเอชพีเป็นให้ความสำคัญเป็นรายแรกเข้า มาใช้มากขึ้น เพื่อให้สินค้าสามารถตอบสนองแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

“มินิโน้ตจะเริ่มกลับมามีสีสันขึ้น เนื่องจากราคาถูกลง ทำให้ส่วนต่างของราคาจะห่างกลับโน้ตบุ๊คมากขึ้น โดยราคาต่ำสุดจะอยูที่ 9,900 บาทจากปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 13,000 บาท ในขณะที่เครื่องโน้ตบุ๊คราคาต่ำสุดไม่ได้ปรับตัวลดลงมากหนักแต่เพี่ม ประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นประกอบกับตลาดมีความต้องการใช้งาน เครื่องมินิโน๊ตบุ๊คเป็นเครื่องที่สองสำหรับพกพามากขึ้น”

ล่าสุดเอชพี ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ 1.โน้ตบุ๊คแทบเล็ต รุ่นTouchSmart tm2 ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอหมุนได้รุ่นแรกแขงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีมัลติ -ทัชตัวเครื่องโดดเด่ดด้วยอลูมิเนียม มีรายพิมพ์ หนัก 2.8 กิโลกรัมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.1 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท 2.เอชพีมินิโน้ต 210 มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว หรือมีหน้าแบบไวด์สกรีนให้เลือกพร้อมคีย์บอร์ดไอซ์แลนด์สไตล์หรือคีย์บอร์ด ขนาด93% สามารถใช้งานได้นาน9.5ชั่วโมง และเชื่อมต่อกับ3Gบรอดแบรนด์และจีพีเอสได้ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท 3.เอชพีมินิ5102 เป็นแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วน้ำหนักเริ่ม1.2 กิโลกรัมตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมงโดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่9,900-39,900 บาท

ASTVผู้จัดการออนไลน์