admin
on November 27th, 2008
“เอเอ็มดี”เปิดตัวแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ‘Dual-Core AMD Turion X2 Ultra’ ที่มาพร้อมสมรรถนะกราฟิกคุณภาพระดับ HD แต่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเปิดตัวเทคโนโลยี’ATI XGP’ แพลตฟอร์มอุปกรณ์กราฟิกภายนอก เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก ผ่านอินเตอร์เฟสแบบ PCI Express (PCIe) 2.0 หวังเสริมสมรรถนะกราฟิก-อัปเกรดมัลติมีเดีย ให้เทียบเท่าเครื่องพีซี
นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอเอ็มดี ฟาร์อีสต์ จำกัด กล่าวว่า AMD ถูกคาดหวังไว้มากสำหรับแพลตฟอร์มที่มีความสมดุล ทั้งความสามารถด้านการประมวลผลแอปพลิเคชันและความสามารถด้านการประมวลผลกราฟิก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคในการรับชมริชคอนเทนต์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายทั้งในปัจจุบันและอนาคต
“แพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของเราจะถูกบรรจุไว้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งหมดทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความสามารถในการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสมรรถนะกราฟิกระดับ HD ที่พร้อมสำหรับการใช้งานทุกที่ทุกเวลา”
สำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่เอเอ็มดีเปิดตัวนี้ จะให้กราฟิกคุณภาพระดับ HD โดยโมบายโปรเซสเซอร์ Dual-Core AMD Turion X2 Ultra จะมาพร้อมคุณสมบัติ เช่น AMD Independent Dynamic Core Technology เมมโมรี่คอนโทรลเลอร์ที่ออกแบบมาสำหรับโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ และ HyperTransport 3.0 เทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะการรับส่งข้อมูลที่ครั้งนี้มาพร้อมกับความสามารถด้านการจัดการพลังงานด้วย
External Graphic สำหรับโน้ตบุ๊ก
แมตต์ สกินเนอร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์กราฟิก บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า เทคโนโลยี ATI XGP ทำให้ผู้ใช้สามารถแปลงโฉมเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาที่ใช้งานอยู่ทุกวันให้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์สำหรับเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ได้ ง่ายๆเพียงแค่เสียบผลิตภัณฑ์กราฟิกแบบภายนอกผ่านสาย PCIe-USB 2.0 แค่นี้ก็ได้สมรรถนะกราฟิกระดับไฮเอนด์แล้ว
“เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กประเภทบางเฉียบที่ดีไซน์สวยๆ ได้พร้อมกับสมรรถนะด้านกราฟิกที่เทียบเท่าเครื่องเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์”
สำหรับเทคโนโลยี ATI XGP(External Graphics Platform) เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด ATI Mobility Radeon HD 3800 Series ที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคที่ชื่นชอบกราฟิกแบบ HD โดยเฉพาะ สนับสนุนการทำงานแบบ Multi-GPU ผ่านเทคโนโลยี ATI CrossFireX นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิธที่สูง ซึ่งเป็นผลจากการเชื่อมต่อผ่าน PCIe-USB 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย เช่น ทีวีจูนเนอร์แบบภายนอก, เครื่องเล่น Blu-ray แบบภายนอก และอื่นๆอีกมากมาย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
ข่าวสาร
admin
on November 27th, 2008
‘เอเอ็มดี’เปิดตัว’AMD 790GX’แพลตฟอร์มเดสก์ท็อปพีซีใหม่ ศูนย์รวมนวัตกรรมช่วยเพิ่มสมรรถนะให้’AMD Phenom’ทำงานได้เต็มศักยภาพมากขึ้น พ่วงด้วย ATI Radeon HD 3300 กราฟิกชิปที่เร็วที่สุดในโลกรวมมาในตัว พร้อมคุณสมบัติการทำงานแบบ Multi-GPU เพื่อการรับชมความบันเทิงความละเอียดสูงแบบ High Definition (HD)
ฟิล ไอส์เลอร์ รองประธานบริษัทและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มชิปเซ็ต บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า AMD 790GX จะประกอบไปด้วยนวัตกรรมใหม่มากมายอยู่ในตัว พร้อมจะทำให้ AMD Phenom เผยศักยภาพที่แท้จริงออกมา ผลคือแพลตฟอร์มพีซีสมรรถนะสูงที่พร้อมจะทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการรับชมความบันเทิง
“ทุกวันนี้ High Definition หรือ HD กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้เองที่ต้องการการสนับสนุนเรื่องสมรรถนะจากกราฟิกชิปและ Multi-Coreโปรเซสเซอร์ ซึ่งมีเพียง AMD เท่านั้นที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ ผ่านแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุด”
หลังจากการทดสอบปรากฏว่า ชิปเซ็ต AMD 790GX สามารถเพิ่มสมรรถนะของ AMD Phenom ให้สูงขึ้นได้ผ่านเทคโนโลยี Advanced Clock Calibration นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ATI Hybrid CrossFireX ที่ถูกอินทิเกรตมาในตัวกราฟิก ATI RadeonTM HD 3300, ATI Radeon HD 3400 Series และATI Radeon HD 2400 Series รวมถึงเทคโนโลยี ATI CrossFireX ความสามารถด้าน Multi-GPU ที่เปิดโอกาสให้กราฟิกชิปหลายๆตัวสามารถทำงานร่วมกันบนระบบเดียวกันได้ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของเกมเมอร์ในเรื่องกราฟิก 3 มิติ ความสมจริงของภาพ ที่ความละเอียดสูงสุด
ทั้งนี้ เทคโนโลยี Advanced Clock Calibration (ACC)ที่ถูกอินทิเกรตมาในชิป SB750 Southbridge ซึ่งมาเป็นส่วนหนึ่งของชิปเซ็ต AMD 790GX นั้น ทำให้ได้แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดเพื่อปลดล็อคสมรรถนะของ AMD Phenom นอกจากนี้ ATI Radeon HD 3300 กราฟิกชิปแบบออนบอร์ดที่ถูกอินทิเกรตมากับ AMD 790GX ยังให้สมรรถนะในระดับ HD ซึ่งไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวัง และยังสามารถทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดสมรรถนะสูงได้ผ่านระบบการทำงานแบบ Multi-GPU ในกราฟิกการ์ดรุ่นต่างๆ เช่น ATI Radeon HD 4800 Series
นอกจากนี้ AMD 790GX ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ 3 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AMD Overdrive เครื่องมือโอเวอร์คล็อกสำหรับทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น Advanced Clock Calibration เป็นความสามารถหนึ่งที่อยู่ใน AMD Overdrive ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถตั้งระดับสมรรถนะการทำงานของโปรเซสเซอร์ AMD Phenom Black Edition เพื่อเพิ่ม-ลดสมรรถนะของพีซีในระดับที่ต้องการได้
อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี ATI Avivo HD สำหรับการเล่นภาพแบบ Full 1080p HD บนพีซี ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับฟอร์แม็ตใหม่อนาคต เช่น VC-1, MPEG-2 และ H.2646 รวมถึงเทคโนโลยี AMD Unified Video Decoder (UVD) ที่สลับภาระการประมวลผล HD ไปที่ GPU แทน CPU เพื่อภาพที่สวยและคมชัดกว่า พร้อมๆ กับการประหยัดพลังงาน, ไม่แล็ก, ไม่กระตุก หรือดีเลย์สำหรับการเล่นฟอร์แม็ตใหม่ล่าสุดอย่าง Blu-ray
“พีซีที่พัฒนาบน AMD 790GX ยังสามารถช่วยให้ผู้บริโภคมีความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับการเลือกใช้วีดีโออินเตอร์เฟสต่างๆ เช่น DisplayPort, DVI, HDMI และด้วยการสนับสนุนของเทคโนโลยี AMD Surroundview ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้โหมดแสดงผล Multi-Monitor สำหรับการแสดงผลบนหลายจอภาพได้อีกด้วย”
ที่มา:AMD
ข่าวสาร
admin
on November 25th, 2008
ไมโครซอฟท์เปิดตัวบริการ วินโดวส์ไลฟ์เจเนอเรชันใหม่ พร้อมกับบริการครบวงจร ช่วยให้ชีวิตออนไลน์สะดวกสบาย ทั้งการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับเพื่อนฝูง คนใกล้ชิด และเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่นอย่างหลากหลาย
นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการธุรกิจออนไลน์ ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า จากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2551 มีการประเมินกันว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเอเชียคิดเป็น 40% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ในจำนวนนี้ในประเทศไทยตัวเลขจากปี 2550 แสดงว่ามีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 13.4 ล้านราย ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ใช้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องเร่งสร้างสรรค์บริการออนไลน์ที่ดีที่สุดเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ในด้านการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
จากสิ่งที่เกิดขึ้นไมโครซอฟท์จึงได้เปิดตัวบริการ Windows Live เจเนอเรชันใหม่ ที่ผนวกบริการออนไลน์เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการแชร์รูปภาพ, อีเมล, Instant Messaging (อินสแตท์ เมสเสจจิ้ง) และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงบริการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรี เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกและเพลิดเพลินกับการใช้งานและแบ่งปันดิจิตอลคอนเทนท์ผ่านพีซี มือถือ และบนเว็บไซต์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยสามารถดาวน์โหลด Windows Live เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดได้ที่ http://download.live.com
“เราอยากให้ Windows Live เป็นจุดศูนย์รวม ที่ซึ่งคนที่มาใช้บริการอีเมล์เมสเสจจิ้ง และแบ่งปันภาพถ่ายสวยๆ ได้ติดต่อสื่อสารกัน เพราะผู้ใช้บริการ Windows Live มีเพื่อนมากมายอยู่ในโลกไซเบอร์ พวกเขาติดต่อสื่อสารกันผ่านบริการออนไลน์หลากหลายที่ไม่ได้เชื่อมต่อกันและต่างก็ต้องการเข้าถึงบริการดังกล่าวได้ทั้งหมดในจุดเดียว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเชื่อมโยงกันด้วยวิธีไหนเพราะ Windows Live จะทำหน้าที่นั้นแทน ด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมกันเป็นหนึ่งเดียวและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งบนพีซีและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ใช้บริการ Windows Live ซึ่งรวมถึงบริการ เว็บท่าเอ็มเอสเอ็น, Messenger, Windows Live Spaces, MSN Hotmail กว่า 9 ล้านราย”
พร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์ได้ร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 50 บริษัท เช่น Flickr, LinkedIn, Pandora, Photobucket, Twitter, WordPress และ Yelp เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อผู้ใช้บริการ Windows Live แชร์รูปภาพ ปรับปรุงข้อมูลในโปรไฟล์ และเขียนรีวิว กิจกรรมเหล่านี้จะไปปรากฏในเครือข่ายบริการ Windows Live โดยอัตโนมัติ
ที่มา:ไมโครซอฟท์ไทยแลนด์
ข่าวสาร
admin
on November 12th, 2008
เอชพีตอกย้ำความสำเร็จ HP Mini-note PC ส่ง HP Mini 1000 น้องใหม่รุ่นที่ 2 ลงตลาดกลุ่มตระกูลมินิโน้ต เจาะกลุ่มคอนซูเมอร์เป็นหลัก ย้ำชัดเป็นมินิโน้ตแบบฟูลฟังก์ชันไม่ใช่เน็ตบุ๊ก คาดยอดขายผลิตภัณฑ์รวมของเอชพีทั้งหมดหลังจบงานคอมมาร์ตโต 10-15%
นายประเสริฐ จรูญไพศาล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเพอร์ซัลแนล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์ของเอชพีในขณะนี้คือต้องการให้ผู้บริโภคมีผลิตภัณฑ์ที่สามารเชื่อมต่อโลกไร้สายได้ทุกแห่ง รวมถึงต้องการให้มีความหลากหลายในตัวผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆที่ทำออกมานั้นสามารถใช้งานได้เสมือนกับการใช้งานอยู่ที่บ้าน และนอกจากความหลากหลายแล้ว ยังได้เน้นด้านดีไซน์ที่ปีนี้ถือว่าทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึงทางเอชพีให้ความสำคัญมาก เพื่อให้ผู้บริโภคแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า HP Mini 1000 เป็นมินิโน้ตตัวที่ 2 ที่ออกมาต่อจาก HP 2133 Mini-note PC ซึ่งเป็นการเจาะเซกเมนต์ให้เล็กลงไปอีก เพื่อขยายรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ลึกยิ่งขึ้น โดยทางเอชพีจะแบ่งกลุ่มเป้าหมายในการทำตลาดออกเป็น 2 ส่วนคือ วัยรุ่น กับ ผู้หญิง ซึ่งเอชพีมินิตัวใหม่นี้อยู่ตรงกลางของ 2 ส่วนนี้ คือ วัยรุ่นคนรุ่นใหม่ กับ ผู้หญิง เหตุที่เป็นผู้หญิงนั้น เนื่องจากโดยปกติผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องถือกระเป๋าติดตัวคนละ 1 ใบ และการมีมินิโน้ตที่มีลักษณะตัวเครื่องกะทัดรัดถือว่าเหมาะอย่างยิ่งที่จะพกพาไปไหนได้สะดวก
“รุ่นใหม่นี้เจาะกลุ่มคอนซูเมอร์เป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีทางไอทีได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว รวมถึงเป็นแฟชันของกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มวัยรุ่นด้วย และขอย้ำว่ารุ่นใหม่นี้ไม่ใช่เป็นเน็ตบุ๊กแต่เป็นโน้ตบุ๊กที่จัดอยู่ในตระกูลมินิโน้ต”นายประเสริฐกล่าว
ส่วนเรื่องผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจนั้นมองว่า ประเทศไทยไม่ได้ประสบบัญหาหนักเหมือนเมื่อปี 2540 และคนทั่วไปส่วนใหญ่ยังคงต้องการใช้สินค้าไอทีในชีวิตประจำวันอยู่ดังนั้นจึงไม่น่ากังวลในเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังคาดการณ์ยอดขายผลิตภัณฑ์รวมของเอชพีทั้งหมด ที่นำไปออกบูทหลังจากจบงานคอมมาร์ตน่าจะโตถึง 10-15%
สำหรับ HP Mini 1000 การดีไซน์ของเครื่องจะมีลักษณะเป็นสีดำที่ทาง HP เรียกว่า ‘Piano-Black’ โดยเครื่อง HP Mini 1000 จะมีการเปลี่ยนแปลงจาก HP Mini Note 2133 ที่ใช้ซีพียู VIA มาเป็น Intel Atom N270 1.6 GHz เพิ่มขนาดหน้าจอจาก 8.9 นิ้ว เป็น 10 นิ้ว แต่ลดความละเอียดลงเหลือ 1024 x 600 พิกเซล จาก 1280 x 768 พิกเซล น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ส่วนหน่วยความจำ จะมีให้เลือกคือ 512MB / 1GB และ 2GB สำหรับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ เอ็กซ์พี จะสูงสุดแค่ 1GB ส่วนความจุจะมีให้เลือกทั้งแบบฮาร์ดดิสก์ขนาด 60GB 4200 rpm หรือ SSD ขนาด 8GB / 16GB
ส่วนประกอบต่างๆได้แก่ VGA เว็บแคม, การ์ดรีดเดอร์, พอร์ตยูเอสบี 2 พอร์ต, รองรับการเชื่อมต่อแบบ ไวเลสแลน 802.11b/g, บลูทูธ และ ช่องเสียบสายแลน ในส่วนของคีย์บอร์ดเป็นแบบมาตรฐานในอัตราร้อยละ 92 เมื่อเทียบจากขนาดปกติ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 16,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
โดย ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวสาร
admin
on November 9th, 2008
ซีเกทชี้เอเซอร์กำลังนำเสนอเครื่องคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ (mobile computers) ที่ใช้ฮาร์ดไดรฟ์ซีเกท รุ่น โมเมนตัส 5400.6 ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ขนาด 2.5 นิ้ว ที่มีความจุถึง 500 กิกะไบต์ที่มีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูงที่สุดในรุ่น และได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกในการจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุสูงภายในบ้านและในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ
รายงานข่าวจากซีเกทแจ้งว่าฮาร์ดไดรฟ์ซีเกทโมเมนตัส 5400.6 ความจุ 500 กิกะไบต์ สามารถรองรับเกมดิจิตอลจำนวนมากและระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียอื่น ๆ ที่ต้องการความละเอียดสูง ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะเด่นในเครื่องพีซีโน้ตบุ๊ก รุ่นเอเซอร์ แอสไปร์ ตลอดจนประสิทธิภาพในการใช้งานบนท้องถนนและความทนทานต่อแรงกระแทก ของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับมืออาชีพ รุ่นเอเซอร์ ทราเวลเมท ไดรฟ์โมเมนตัส 5400.6 ผสมผสานความหนาแน่นในการบันทึกข้อมูล 394 กิกะบิตต่อตารางนิ้ว ซึ่งเป็นความหนาแน่นในการบันทึกข้อมูลบนแผ่นมีเดียที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีสำหรับฮาร์ดไดรฟ์ของเครื่องโน้ตบุ๊กด้วยอัตราการโอนถ่ายข้อมูล 87 เมกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งเร็วที่สุดสำหรับไดรฟ์ของเครื่องโน้ตบุ๊กที่หมุนด้วยความเร็ว 5400 รอบต่อนาที
“เรามีความยินดีที่เอเซอร์กำลังจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่อันชาญฉลาด พร้อมกับมีฮาร์ดไดรฟ์สำหรับเครื่องโน้ตบุ๊ก ความจุ 500 กิกะไบต์ของซีเกทอยู่ภายใน ซึ่งผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายอื่นก็จะใช้ฮาร์ดไดรฟ์ รุ่นนี้เช่นเดียวกัน” นายบันเส็ง เท (BanSeng Teh) รองประธานและกรรมการผู้จัดการของซีเกท เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “ซีเกทยังคงพัฒนาความจุ ความเร็วและความทนทานของฮาร์ดไดรฟ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไดรฟ์ขนาด 2.5 นิ้ว ความจุ 500 กิกะไบต์และไดรฟ์ขนาด 3.5 นิ้วความจุ 1.5 เทราไบต์ของเรามีความจุสูงที่สุดในโลกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการสร้าง บันทึก ใช้และปกป้องข้อมูลดิจิตอลร่วมกัน”
ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์โมเมนตัส 5400.6 เป็นไดรฟ์ขนาด 2.5 นิ้วที่หมุนด้วยความเร็ว 5400 รอบต่อนาทีรุ่นใหม่ล่าสุดของซีเกท เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความจุ ความสามารถในการเคลื่อนที่และความทนทานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขนาดกลาง โซลูชันสำหรับบันทึกข้อมูลภายนอกและระบบปฏิบัติการของภาคอุตสาหกรรมซึ่งต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก ไดรฟ์รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 4 ของตระกูลไดรฟ์สำหรับโน้ตบุ๊กของซีเกทที่ใช้เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแม่เหล็กในแนวตั้งฉาก ผนวกกับอินเตอร์เฟซแบบซีเรียล เอทีเอ 3 กิกะบิตต่อวินาที อันทรงพลังและความจุที่มีให้เลือกหลายขนาดทั้ง 500, 320, 250, 160 และ 120 กิกะไบต์พร้อมกับแคช (cache) ขนาด 8 เมกะไบต์
เพื่อช่วยปกป้องข้อมูล ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นนี้ได้รับการผลิตเพื่อให้ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนขณะที่ไดรฟ์ไม่ได้ทำงาน ถึง 1000 จี (Gs) และทนต่อแรงสั่นสะเทือนขณะที่ไดรฟ์กำลังทำงาน ถึง 350 จี ทำให้ไดรฟ์รุ่นนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานอย่างสมบุกสมบันหรือมีระดับการสั่นสะเทือนสูง เพื่อความทนทานเป็นพิเศษในสภาพแวดล้อมแบบเคลื่อนที่ ฮาร์ดไดรฟ์โมเมนตัส 5400.6 มีระบบจี-ฟอร์ซ โพรเทคชัน (G-Force Protection) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ตรวจจับการตกอย่างอิสระ ซึ่งช่วยปกป้องไดรฟ์จากความเสียหาย และการสูญหายของข้อมูลหากเครื่องพีซีโน้ตบุ๊กหล่นลงสู่พื้น โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงใดก็ตามซึ่งเพิ่มขึ้นเท่ากับแรงโน้มถ่วงของโลก และจะมีกลไกในการนำหัวอ่านมาเก็บในที่พักนอกแผ่นมีเดีย เพื่อป้องกันการสัมผัสกับแพลตเตอร์ ในการตกอย่างอิสระด้วยระยะห่างเพียง 8 นิ้วเป็นต้นไป
ไดรฟ์รุ่นนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้ผู้ใช้เครื่องโน้ตบุ๊กเคลื่อนที่ทำงานได้นานขึ้นระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ในแต่ละครั้ง และทำงานอย่างเงียบเนื่องจากซอฟต์โซนิค ฟลูอิด ไดนามิก มอเตอร์ของซีเกท
โดย ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวสาร
admin
on November 7th, 2008
เลอโนโวจับมือ ทรูไมโครซอฟท์ กระตุ้นยอดเน็ตบุ๊ก ขายเน็ตบุ๊กพ่วงโปรแกรมแท้ไมโครซอฟท์เพียบ พร้อมใช้งานอินเทอร์เน็ตทรูไม่จำกัดชั่วโมง ทั้ง ไว-ไฟ ไว-เลต และแอดจ์ ผ่อนสบายเดือนละ 1,000 บาท 24 เดือน
นาย ภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย (ฝ่ายธุรกิจคอนซูเมอร์) บริษัท เลอโนโว จำกัด เปิดเผยว่า พร้อมจับมือกับพันธมิตร ประกอบด้วยบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ออกโปรโมชันจากแพกเกจ IdeaPad S9 Flexible Packages “Education on the Move” เพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อเน็ตบุ๊กไอเดียแพด S9 และไอเดียแพด S10 ในราคาและบริการที่คุ้มค่า
“Education on the Move” ประกอบไปด้วยเครือข่ายคอนเวอร์เจนซ์และบริการที่เป็นมากกว่ามือถือของทรูมูฟ ด้วย 3 เทคโนโลยีครบวงจร Wi-Fi, EDGE และ GPRS ออนไลน์ผ่านบริการ Wi-Fi by TrueMove บน Netbook ได้กว่า 16,000 จุดฮอตสปอตทั่วประเทศ พร้อมอุปกรณ์ USB Dongle ให้เล่นเน็ตผ่าน EDGE และ GPRS ได้ทุกที่ ด้วยแพกเกมใช้เน็ตไม่จำกัดชั่วโมงและทาง Microsoft ยังให้Windows XP Home Edition และ Microsoft Office Home and Student 2007 โดยแพกเกจดังกล่าวลูกค้าสามารถเลือกผ่อนจ่ายได้ 24 เดือน เดือนละ 2,400 บาท รวม 24,000 บาท
ไอเดียแพด S9 และไอเดียแพด S10 ตอบสนองความต้องการของตลาดเน็ตบุ๊กที่ขณะนี้กำลังเติบโตขึ้นในทั่วโลก ผลการสำรวจและคาดการณ์ล่วงหน้าจากไอดีซี (IDC) ระบุว่า อัตราการขนส่งโน้ตบุ๊กที่มีราคาย่อมเยาเป็นพิเศษนั้นจะเพิ่มขึ้นจาก 430,000 เครื่องในปี พ.ศ. 2550 เป็น 9.2 ล้านเครื่องในปี พ.ศ. 2555 สำหรับเป้าในอีก 2 เดือนที่เหลือคาดว่าจะจำหน่ายเน็ตบุ๊กได้ 1 หมื่นเครื่อง
โดย ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวสาร
admin
on November 6th, 2008
ฟูจิตสึ LifeBook N7010 ถูกวางตัวมาให้เป็น “เดสก์ท็อปรีเพลสเมนต์โน้ตบุ๊ก” หรือ เรียกง่ายๆว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่จะถูกนำมาใช้แทนเครื่องพีซีตามบ้าน โดยในรุ่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพในแพลตฟอร์ม ‘เซนทริโน 2′ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 4 นิ้วที่มีความพิเศษในการใช้งาน
หน้าจอทัชสกรีนขนาด 4 นิ้ว ที่ทางฟูจิตสึเรียกว่าเป็น “Touch Zone” จะอยู่บริเวณด้านบนของคีย์บอร์ด ที่จะใช้งานเพื่อโชว์รูปภาพ เป็นปุ่มลัดสำหรับการควบคุมเครื่องเล่นเพลง/วิดีโอ รวมถึงยังสามารถใช้เลือกแอปพลิเคชันต่างๆในการทำงาน
ส่วนสเปกต่างๆของเครื่อง N7010 นี้จะประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผล Intel Core 2 Duo P8400 @2.26GHz L2 cache ขนาด 3MB 1066GHz FSB หน้าจอหลักมีขนาด 16 นิ้ว สัดส่วนภาพ 16:9 หน่วยประมวลผลภาพ ATI Radeon HD3470 แบบ GDDR3 256MB ที่สามารถเพิ่มได้สูงสุด 2GB ให้ความละเอียดหน้าจอ 1366 x 768 พิกเซล หน่วยความจำ DDR3 4G Bus 1066 MHz พร้อมกับออพติคัลไดร์ฟแบบ Blu-ray
ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ จะมีพอร์ต HDMI ในการต่อออกจอภาพความละเอียดสูง, VGA Output, เว็บแคมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล, พอร์ต eSATA, ยูเอสบี 4 พอร์ต, Firewire, แลน, ExpressCard และ การ์ดรีดเดอร์ ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาให้ทั้ง บลูทูธ และ Intel Wireless WiFi Link 5100 ที่รองรับมาตรญาน 802.11 a/g/n
นอกจากนี้ยังมีระบบสั่นเครื่องเพื่อกำจัดฝุ่นบริเวณคีย์บอร์ด และออพติคัลไดร์ฟ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยจากการสแกนลายนิ้วมือ จะเห็นได้ว่าเป็นเครื่องที่ครบครันเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกันกับที่มีการเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ ทางฟูจิตสึ ยังได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กพร้อมๆกันอีก 2 รุ่นด้วยกันคือ LifeBook U820 ที่เป็นโน้ตบุ๊กขนาดเล็กมาพร้อมกับระบบนำทาง GPS จาก Garmin โดยมีหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว น้ำหนัก 598 กรัม และ LifeBook P1630 เป็นเน็ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 8.9 นิ้ว น้ำหนัก 997 กรัม แน่นอนว่าทั้ง 2 รุ่นมากับหน่วยประมวลผล Intel Atom ในตระกูล Z สามารถใช้เชื่อมต่อไวเลส และ บลูทูธได้เช่นเดียวกัน
สำหรับราคาเปิดตัวในต่างประเทศของรุ่น U820 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,049 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 36,000 บาท) มีวางจำหน่ายแล้วในขณะนี้ รุ่นN7010 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,499 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 52,000 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายหลังวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ส่วนรุ่น P1630 ราคาเริ่มต้นที่ 2,179 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 75,000 บาท) จะมีวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2009
โดย ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวสาร
admin
on October 29th, 2008
ดูการเจาะจอ notebook ครับว่าเป็นไงบ้าง ลองดูครับ
Uncategorized
admin
on October 22nd, 2008

ผลิตภัณฑ์พีซีและโน้ตบุ๊กน้องใหม่ อีแมชชีน (eMachines)
เอเซอร์ วิเคราะห์ภาพรวมตลาดไอทีถึงเวลาปรับตัวสู่มัลติเปิลแบรนด์ เลือก “อีแมชชีน” หนึ่งในแบรนด์ดังที่ได้จากการควบรวมกิจการแพกการ์ดเบล เปิดตัวทำตลาดพีซีและโน้ตบุ๊กในไทย เจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ที่มองหาความคุ้มค่าต่อการลงทุน ภายใต้การทำตลาดและบริการจากเอเซอร์
นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล ผู้จัดการอาวุโสกลุ่ม Consumer Systems Product บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า วันนี้เอเซอร์เริ่มให้ความสำคัญกับการทำตลาดในลักษณะมัลติเปิล แบรนด์ อันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการกับเกตเวย์ทำให้เอเซอร์ได้โปรดักต์มาอีก3 แบรนด์คือ เกตเวย์ ,แพกการ์ดเบล และ อีแมชชีนน โดยโปรดักต์แรกที่เอเซอร์จะทำตลาดอีกอีแมชชีนน เพิ่มเข้ามาในช่องทางการตลาดของเอเซอร์เดิม ทั้งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง ประเทศไทยเองก็ไม่ค่อยดีนักจึงเหมาะกับการเปิดตลาดอีแมชชีนในช่วงนี้
ผลิตภัณฑ์พีซีและโน้ตบุ๊กน้องใหม่ อีแมชชีน (eMachines) เป็นที่รู้จักและยอมรับในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นถึงประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และราคาเป็นสำคัญ เอเซอร์เชื่อว่าพีซีและโน้ตบุ๊กของอีแมชชีนนจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในเมืองไทย โดยเฉพาะผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไอทีไปใช้งาน โดยในช่วงหลังของปีนี้ที่เหลือตั้งเป้าที่จะสร้างความรู้จักให้แก่ผู้บริโภคก่อนยังไม่หวังเรื่องตัวเลขยอดขาย และคาดว่าในปีหน้าอีแมชชีนจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้แก่เอเซอร์ได้ถึง 20%
ผู้บริหารเอเซอร์กล่าวว่า อีแมชชีนนเป็นไฟติ้งแบรนด์ของเกตเวย์ มีชื่อเสียงมากในสหรัฐอเมริกา เอเซอร์มุ่งนำเสนอให้อีแมชชีนเป็นอีโคโนมิกพีซี หรือพีซีราคาประหยัดที่จะเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้แก่ผู้บริโภคที่กำลังมองหาความคุ้มค่าในการลงทุน
“อีแมชชีนและเอเซอร์เทียบได้กับการนั่งเครื่องบินที่ 2 ระดับคือชั้นธุรกิจและชั้นประหยัด แต่ก็ไปถึงจุดหมายปลายทางเหมือนกัน อีแมชนีนและเอเซอร์มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือประสิทธิภาพของการให้งานแต่อีแมชชีนจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับคนที่ไม่เห็นเรื่องแบรนด์สำคัญ ขณะที่เอเซอร์จะจับกลุ่มคนที่เน้นแบรนด์ อิมเมจเป็นหลัก ขณะที่บริการหลังการขายตลอดจนช่องทางการตลาดก็จะเป็นช่องทางเดียวกัน ส่วนความแตกต่างเรื่องราคาของ 2 แบรนด์อยู่ที่ประมาณ 10%”
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาทำตลาดเป็นรุ่นแรกได้แก่ อีแมชชีนน พีซี รุ่น EL1700 และอีแมชชีนน โน้ตบุ๊ก รุ่น eMD720 โดยพร้อมวางตลาดแล้ววันนี้ พีซี อีแมชชีนน รุ่น EL1700 มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยขนาดเล็กเพียง 8.5 ลิตร เหมาะสำหรับจัดวางในพื้นที่ที่มีจำกัด ตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการแพลตฟอร์มขนาดเล็ก ซีพียู อินเทล เพนเทียม ดูอัล คอร์ อี5200 รองรับการทำงานด้านความบันเทิง ทั้งดูหนัง ฟังเพลง ราคาเริ่มต้นที่ 13,500 บาท (ไม่รวม VAT 7%) ราคานี้ไม่รวมจอแอลซีดี มอนิเตอร์
ส่วนโน้ตบุ๊ก อีแมชชีนน รุ่น eMD720 ดีไซน์แข็งแรงสไตล์อเมริกันกับบอดี้สีดำสนิท ด้วยขนาด 14.1 นิ้ว หน้าจอ WXGA แบบ high-brightness TFT ความละเอียด 1280×800 พิกเซล น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม พร้อมด้วยเทคโนโลยีหน่วยประมวลผล อินเทล เพนเทียม ดูอัล คอร์ โมบาย โพรเซสเซอร์ ที3400 รองรับการทำงานด้านความบันเทิง และมัลติมีเดีย พร้อมลำโพงและเว็บแคมในตัวเครื่อง โดยจะจำหน่ายในราคา 18,900 บาท (ไม่รวม VAT 7%) รับประกันสินค้าฟรี 1 ปี
ปัจจุบันในตลาดโลกเป็นเอเซอร์อยู่ในอันดับ3ในตลาดรวมทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ก, เป็นทื่ 2ในตลาดโน้ตบุ๊ก และเป็นที่ 3 ตลาดพีซี ส่วนในเมืองไทยตลาดรวมทั้งพีซีและโน้ตบุ๊กเอเซอร์เป็นผู้นำอันดับ 1ในตลาดด้วนส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 25 % , เป็นที่ 1ในตลาดโน้ตบุ๊ก ด้วยส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 40% และเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาดพีซี มีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ13 %
ที่มา :acer
Tags: Acer product
ข่าวสาร
admin
on October 22nd, 2008
เอ.อาร์. ฟันธงงาน “คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008” ภายใต้คอนเซ็ปต์เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพียงปลายนิ้วสัมผัส จะเป็นดัชนีชี้แนวโน้มตลาดไอทีปีหน้า พบกับสุดยอดเทคโนโลยีเหนือชั้นที่โคจรมารวมกันที่นี่ อาทิ Microsoft Surface จากไมโครซอฟท์และกิจกรรม Netbook Gallery กองทัพโน้ตบุ๊ก Intel Centrino 2 ใหม่ล่าสุดมากันให้คึกคัก งานนี้ผู้ค้าไอทีเตรียมดั๊มราคาขายในงานไม่ให้เหลือสินค้าข้ามปี พร้อมอัดโปรโมชันทั้งแจกทั้งแถม เผยเป็นงานแสดงสินค้าไอซีที่สุดท้ายของปีที่ต้องจับตา พลาดไม่ได้เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 3,000 บาท ลุ้นรับรถยนต์ฮอนด้านิวซิตี้ 1 คันฟรี ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2551 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ. อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด กล่าวว่า การจัดงาน “คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008” ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ เปิดโลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพียงปลายนิ้วสัมผัส” โดยมุ่งให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับสุดยอดเทคโนโลยีเหนือชั้นที่โครจรมารวมกันที่นี่ก่อนใคร อาทิ Microsoft Surface เทคโนโลยีเชื่อมต่อแห่งอนาคตใหม่แกะกล่องจากไมโครซอฟท์ พร้อมกับกิจกรรมเด่น NetBook Gallery โซนโชว์กองทัพโน้ตบุ๊กตัวเล็กแนวใหม่ล่าสุดของวงการไอซีที ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลขาส่วนตัวที่สามารถพกพาไปได้ง่าย ส่วนใครที่ต้องการโน้ตบุ๊กรุ่นใหมที่เร็วแรงอย่างแพลตฟอร์ม Intel Centrino 2 ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่งานนี้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ยังมีกองทัพสินค้าไอซีทีที่มาแรงอีกหลากประเภทให้ผู้ที่สนใจได้ใช้สิทธิเป็นเจ้าของ อาทิ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต ที่เกาะกระแสมาในเรื่องของคลิบ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานได้ครบถ้วน โดยเฉพาะราคาหมึกที่ถูกลงกว่าเดิมมาก หรือจะเป็นโปรเจ็กเตอร์ HI-Def (High definition Projector) ที่ออกมาเพื่อตอบสนองต่อกระแสการใช้งานระดับ HI-Def และผลิตภัณฑ์ MacBook รุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เหล่านี้สามารถพบได้ที่งานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 ครั้งนี้เท่านั้น
“เอ.อาร์. ในฐานะผู้จัดงาน ไม่เพียงแต่คัดสรรสินค้าไอซีทีที่นำสมัยนำเสนอต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่เรายังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านความรู้อันเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้การจัดงานครั้งนี้จะจัดขึ้นท่ามกลางภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่เราก็มั่นใจว่าด้วยความน่าสนใจของกองทัพไอซีทีที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุด และโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาทิ โน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูอินเทลคอร์ทูดูโอจะได้เห็นราคาไม่ถึง 20,000 บาท จีพีเอส โฟน ราคาเฉียด 10,000 บาท และกล้องดิจิตอลที่ความละเอียดระดับยี่สิบล้านเมกะพิกเซลที่จะพบได้ในงานนี้เป็นครั้งแรก ฯลฯ จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะเข้ามาเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานติดมือกลับไปอย่างแน่นอน” นายปฐมกล่าว
ในส่วนของคอมเทคที่มุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่ง เอ. อาร์.ร่วมกับนิตยสาร Business.com ได้จัดให้มีการสัมมนา “สร้างธุรกิจออนไลน์ทำรายได้ใน 24 ชั่วโมง” เพื่อให้ความรู้ด้านการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ให้แก่นักค้าหน้าใหม่ที่สนใจ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของคอมมาร์ต คอมเทคที่จัดให้มีการเสวนาธรรมในหัวข้อ “Hi5 กับธรรมะดิลิเวอรี่” ซึ่งบรรยายโดยทีมงานพระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระวิทยากรประจำรายการ “ธรรมะดิลิเวอรี่” ร่วมด้วยผู้เลื่อมใสธรรมะอย่างบรรณาธิการคอมพิวเตอร์ ทูเดย์
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซนเพื่อเรียนรู้ด้านไอซีทีอื่นๆ อีกที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ Hack HP Mini Note: จูนอัพ ปรับแต่ง HP Mini Note ตัวเก่ง ให้มีประสิทธิภาพ เติมเต็มความสำเร็จให้กับ SMB หรือ มุม Buyer’s Guide โซน ให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าในงาน ครั้งแรกกับ WM Exclusive Award รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่มอบให้กับสุดยอดผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมแห่งปี โดยนิตยสาร WM สัมมนา Green IT” เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อโลก เพื่อตัวคุณเอง โดยนิตยสาร eEnterprise สร้างธุรกิจออนไลน์ ทำรายได้ใน 24 ชั่วโมงโดยนิตยสาร Business.COM รวยด้วย Click ที่จะเผยทุกเทคนิคของการหารายได้แนวใหม่ผ่านระบบออนไลน์มากกว่า Google Adsense ไม่ต้องลงทุน แต่ “รวย” จริง โดยนิตยสาร Computer today เตือนภัยไวรัสกับ Avira เมื่อไวรัสเข้ามากล้ำกรายคอมพิวเตอร์ทุกหย่อมหญ้า คุณจะป้องกันและกำจัดมันได้อย่างไร
พลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานกับการประมูลสุดระทึกใจของสินค้ามาแรงแห่งยุค ซึ่งนำโดย iPhone3G, iPod Nano Chromatic Red รุ่นพิเศษที่ไม่มีขายในประเทศไทย และร่วมลุ้นรับรถยนต์ฮอนด้า นิวซิตี้ 1 คันฟรี เมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 3,000 บาท พบกับกองทัพไอซีทีครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2551 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ข่าวจาก:commartthailand.com
Tags: commart thailand 2008, งาน commart
ข่าวสาร